Chef ขี้แย

” Discover Amari ” เที่ยวหัวหินกี่ทีก็ไม่เบื่อ

7 โมงเช้าวันอาทิตย์….  “ตื๊ดดดด… ตื๊ดดดด !!!!” เสียงเรียกเข้าของ iPhone 4s ที่เริ่มไม่รับคำสั่ง คล้ายๆเด็กดื้อที่ฟัง แต่ไม่ทำ ดังขึ้นมา!!!  หลังจากที่หัวถึงหมอนไม่ถึงชั่วโมง เพราะเพิ่งกลับมาจากการปั่นงาน A Day Bike และอาบน้ำอาบท่าเสร็จซักพัก….  เสียงที่บาดหู กระตุ้นจนสะดุ้งตื่น ในใจก็คิดว่า เอ… เราไม่ได้ตั้งปลุกเร็วขนาดนี้นี่ และนี่มันเป็น “เสียงเรียกเข้า” ไม่ใช่นาฬิกาปลุกนิหว่า มือขวาค่อยๆควานไปหาต้นกำเนิดเสียงใกล้ๆหัวนอน พอจับเครื่องได้ ก็รับสายโดยใช้ความเคยชิน ทั้งๆที่ยังไม่ลืมตา…

เสียงจากปลายสาย “ สวัสดีครับ ตอนนี้ผมถึงหน้าประตูสีฟ้าแล้วครับ “  เฮ้ย!!! มาเร็วมากกกก  เรานัดไว้ 9 โมงนี่หน่า คิดว่าจะได้นอนซัก 2 – 3 ชั่วโมง… แต่ดูเหมือนไม่มีคนเปิดประตูบ้านให้ เลยต้องรีบบิดขี้เกียจแล้วร่ำลาเตียงอ่อนนุ่ม ลุกขึ้น ลืมตา ลงไปเปิดประตูให้เข้ามาจอดรถ แล้วรีบอาบน้ำ ล้างหน้า… พร้อมเก็บข้าวของขึ้นรถที่ทางอมารีจัดมาให้ มุ่งหน้าสู่ “หัวหิน” ทันที

จากทีแรกที่ว่าจะหลับเก็บแรง ในขณะเดินทางซักหน่อย ปรากฏกลายเป็นนั่งคุยสัพเพเหระกันแทน โดยเฉพาะเรื่องที่ไปปั่นงาน A Day 100 กิโลอย่างสนุกสนาน แต่ก็ไม่ลืมที่จะถามถึงกำหนดการต่างๆของวันนี้ ที่หมายแรกของวันนี้หลังจากที่แวะพักรถที่ Porto Chino ก็คือการเข้าชมพระราชวังมฤคทายวัน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของบ้านพักริมทะเลแห่งแรก โดยจะได้พบกับคุณเจี๊ยบ ผู้ประสานงานจากทางอมารีและจะเป็นผู้ดูแลและนำเที่ยวตลอด 3 วัน 2 คืนในทริป Discover Amari นี้…

ก่อนที่จะมุ่งสู่ที่หมายแรกของหัวหิน ขอเล่าเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย เรื่องนึงละกัน… หลังจากที่ออกจาก Porto Chino แล้วก็คุยกับพี่ที่เป็นสารถีคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางตลอดทริปนี้ว่า “พี่รู้ป่าว ว่า Porto Chino แปลว่าอะไร ??? “  พี่เค้าไม่รู้… ผมก็เลยเฉลยแบบที่ตัวเองเดาไว้ว่า Porto Chino น่ามาจาก Port + China นะ ซึ่งแปลอย่างด้วนๆว่า ท่า + จีน… เป็นท่าจีน ซึ่ง  “ท่าจีน” ก็คือชื่อแม่น้ำสายสำคัญของสมุทรสาครนั่นเอง (อันนี้เดาล้วนๆนะ ใครรู้จริงมาบอกได้นะ) หลังจากจบ Tropic นี้แล้ว ผมก็เคลิ้มหลับไปด้วยความเพลีย…

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปขนาดไหน สัปงกไปกี่ครั้ง…  รู้ตัวอีกทีตื่นมาก็กำลังจะถึง  ” พระราชวังมฤคทายวัน “ แล้ว… ที่นี่ถือเป็นที่หมายที่แรกของทริป Discover Amari ครั้งนี้…. พอมาถึงก็พบกับคุณเจี๊ยบและเดินเข้าเยี่ยมชมทันที ฟังข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ทำให้สถานที่นี้น่าสนใจมากขึ้น… ไอ้เราก็มาหัวหินบ่อยมาก ปีนึง 10 กว่าหน กลับไม่เคยมาเยือนซักที (พลาดมาก) หลังจากที่ซื้อ Ticket แล้ว ก็ไปนุ่งผ้าเพื่อความเรียบร้อยและเป็น Gimmick ด้วย

เดินเข้ามาก็พบกับ “สวนเวนิสวานิช” สวนที่ออกแบบสไตล์เรอเนสซอง เป็นส่วนแรกของเขตพระราชฐาน น้ำพุที่อยู่ตรงกลาง โดยมีกำแพงตันไม้ล้อมรอบเป็นทรงกลม มีเก้าอี้ให้นั่งถ่ายรูปได้สวยงาม ส่วนตัวชื่นชอบสวนนี้เป็นพิเศษ เพราะมีความรู้สึกถึงความโรแมนติกเล็กๆอยู่รอบๆตัว เก้าอี้สีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ที่เป็นฉากหลังสวยงาม อย่าลืมแวะถ่ายรูปกันนะ

“พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน”  มีอีกชื่อว่า ‘Love and hope Palace’  สถาปัตยกรรม ตัวอาคารสร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้นเปิดโล่ง ใต้ถุนสูง…. เพดานยกพื้นสูงระบายความร้อน รางน้ำหรือที่เรียกว่า “บัวขอบ” เพื่อกันมดและสัตว์อื่นๆ ทั้งยังปลูกไม้กันสัตว์เลื้อยคลานต่างๆรอบๆด้วย

พระราชวังแห่งนี้ยังมีประวัติและเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย ทีแรกว่าจะเขียนให้อ่านกัน แต่เปลี่ยนใจกลางครัน อยากให้เพื่อนๆมากันเอง และมีคนคอยเล่าให้ฟังดีกว่า… เหมือนที่ผมเดินชมความวิจิตร งดงามไป พร้อมกับฟังรายละเอียดจากไกด์สาวกิตติมศักดิ์ไป ได้อรรถรส และเห็นภาพมากกว่ารูปถ่ายที่ผมถ่ายมาเยอะ เอาว่านี่เป็นแค่น้ำจิ้มให้เล็กน้อยละกัน

หลังจากที่เดินชมความงดงามของ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลามา Check in เข้าที่พักของทริปนี้แล้ว… ในทริป 3 วัน 2 คืนครั้งนี้ผมได้เข้าพักที่ โรงแรมอมารี  ทั้ง 2 คืน จากที่ได้พูดคุยกับคุณเจี๊ยบมา การออกแแบบตกแต่งของโรงแรมแห่งนี้ ทีแรงบันดาลใจมาจาก พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน บางส่วน… จริงๆแล้วเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะว่าผมเองเคยมีโอกาสมาทีโรงแรมนี้ก่อนหน้านี้แล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ได้เดินชม หรือใช้  facility อื่นเลย นอกจากห้องนอน…  มาคราวนี้คงจะทำความรู้จักกันมากขึ้น ว่าแล้วก็ให้เจ้าบ้านพาเดินทัวร์เลยละกัน

Lobby ของที่นี่จะอยู่ในส่วนที่มีเครื่องปรับอากาศ ทำให้เย็นสบายตลอกเวลา ส่วนโถงโปร่งโล่ง ใช้แสงส่วนใหญ่จากภาพนอก เป็นแสงสว่างธรรมชาติ พนักงานต้อนรับ มีใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา การพูดการคุยก็สุภาพและนุ่มนวล… เดินไปถึงซักพักก็มี Welcome Drink มาเสิร์ฟ เป็นน้ำมะตูมเย็นๆเสิร์ฟแบบช็อต ดูเก๋ไก๋ดี

ด้านขวามือของ Front ก็จะมี Coral Lounge เล้าจ์ เก๋ๆ ที่มีการตกแต่งกลมกลืนกับล๊อบบี้ มีบาร์เครื่องดื่มที่พร้อมเสิร์ฟทั้ง ชา กาแฟหรือจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์… ทั้งยังมีเกมส์ต่างๆให้เล่นแก้เบื่อ กันเหงา อย่างเช่น หมากรุก ฯลฯ

ถ้าเดินตรงไปก็จะออกไป Outdoor และพบกับสระว่ายน้ำอยู่กลางบริเวณโรงแรมเลย มีเตียงริมหาดเรียงรายให้เลือกนั่งพักผ่อน…. ทั้งยังมีส่วนของบาร์ริมสระอย่าง Aqua Pool Bar ที่มีเมนูอาหารว่างแบบปิ้งย่างและพิซซ่าหน้าต่างๆให้เลือกรับประทานเคียงกับ Cocktail ต่างๆ… นี่ ถ้ามีแฟนนะ จะพามาใส่บิกินี่เล่นน้ำ ส่วนผมนะหรอ นั่งจิบ Cocktail อ่านหนังสือ เป็นผู้รอที่ดีแน่นอน

อีก 1  facility ของโรงแรม ที่ขาดไม่ได้ ก็คือ Spa!!!! ที่ Amari หัวหิน เค้าก็มี Breeze Spa ไว้รองรับแขกที่ชอบการ Spa  การนวดผ่อนคลาย ใน Concept แตกต่างกับที่อื่นที่มีบรรยากาศ นัวๆ สลัวๆ น่าหลับ แต่ที่นี่ใช้แสงธรรมชาติจากด้านนอกบางส่วน เป็นการเพิ่มความสดชื่นและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น การตกแต่ง สีและโทนก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

Welcome Drink ของที่นี่ก็มีเสิร์ฟแบบน่ารัก สวยงาม (ดูเหมือน Concept จะเป็นแก้วช็อทนะ) น้ำสับปะรดเย็นก็ช่วยให้รู้สึก Refresh พร้อมกับการทำ  treatment ต่างๆ

ผลิตภัณฑ์ต่างๆของ Spaแห่งนี้ ส่วนใหญ่ทำมาจากวัตถุธรรมชาติในพื้นที่ แค่ยืนอยู่ฟังการอธิบายจากคุณเจี๊ยบ ก็เริ่มรู้สึกอยากจะนวดผ่อนคลายซะแล้ว แต่เวลาจำกัดแถม ร่างกายอยากจะงีบมากกว่า….   ไม่งั้นคงต้องขอลองซะหน่อยแล้ว บรรยากาศมันได้จริงๆ!!!

สำหรับหลายๆคนที่รักการออกกำลังกาย และต้องออกกำลังกายเป็นประจำ ที่นี่ก็มี Fitness และ trainer ไว้คอยดูแลด้วย…  เครื่องไม้ เครื่องมือ ดูใหม่ดี น่าเล่นเหมือนกันนะเนี่ย…. แอบคิดในใจว่าเสียดายจริงๆ 3  วัน 2 คืนคงไม่พอ

หลังจากที่คุณเจี๊ยบ PR Manager คนเก่งพาเยี่ยมชมส่วนต่างๆของโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลามื้อเที่ยงพอดี ท้องก็เริ่มร้องพอดี…ก็เลยตรงมาที่ห้องอาหาร Reef Deli & Wine Lounge ที่นี่จะเน้นอาหารสไตล์โฮมเมดที่ปรุงสดใหม่ทุกวัน บรรยากาศในร้านเป็นแบบนั่งสบายๆ

อย่างแรกที่เลือกสั่งก็คือ “แอปเปิ้ลลิ่นจี่ “ เพราะเดินมาเหนื่อยๆกลางแดดร้อนๆ น้ำเย็นๆ จึงเป็นสิ่งแรกที่นึกถึงก่อนเลย… หอมสดชื่น ไม่หวานมาก ส่วนตัวถูกใจมากๆนะ จากนั้นเมนูต่างๆที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ก็ไล่เรียงออกมา

Discover Amari

แพนงแกะ (PANANG KAE) เป็นเนื้อแกะตุ๋นด้วยเครื่องพริกแกงแพนง หน้าตา Presentation สวยงาม สีสรรครบ 3 สี สีเขียวของใบมะกรูด เขียวตัดกับแดง ทำให้ดูน่ารับประทาน ที่ดูจากสายตายังดูไม่ออกว่าเนื้อนุ่มขนาดไหน แต่พอใช้ส้อมจิ้มลงไปบนเนื้อแกะเท่านั้น ก็รู้สึกถึงความนุ่มของเนื้อที่ถูกตุ๋นมาอย่างดีเลย ไม่ต้องใช้มีดเนื้อแกะก็หลุดออกมาจากกระดูกได้อย่างง่ายดาย

พอเข้าปากเท่านั้นแหละ ก็แปลกใจมากที่กลิ่นเฉพาะตัวของเนื้อแกะ เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับซอสแพนงที่จะข้นกว่าแพนงปกติ แต่ไม่มีกลิ่นสาบเลย (สำหรับคนชอบเนื้อแกะ แนะนำเลย) ถือว่าเป็นการผสมผสานออกมาได้ดี

ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว เมนูนี้เป็นเมนูโปรดผมเลย ยิ่งตอนลดน้ำหนักจะเป็นเมนูประจำสลับกับอกไก่ต้ม ของที่นี่เสิร์ฟมาใน Portion พอดีสำหรับ 1 คน เนื้อปลานุ่ม ซี้อิ๊วหอมๆ ไม่เค็มไป หวานอุมามินิดๆพอดีๆ เป็นจานเด็ดอีกจานเลย นี่ถ้าไม่มีเมนูอื่นที่ต้องลองอีก คงต้องขอสั่งข้าวต้มหรือข้าวสวยร้อนมาทานด้วยกับ 2 เมนูแรกแน่ๆ

Roasted duck breast with cherry sauce อกเป็ดคลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศ แล้วนำไปย่าง เสิร์ฟพร้อมกับซอสมะเขือเทศเชอรี่และมันฝรังบด เมนูนี้หน้าตา การ Presentation ดู Modern กว่า 2 เมนูที่ผ่านมา อกเป็ดปรุงสุกมาพอดีๆ ไม่เหนียว และยังคงเอกลักษณ์รสชาติสัมผัสของเนื้อเป็ด มันบดก็อร่อยถูกปาก ส่วนผักตกแต่งอย่างแอสพารากัส ( หน่อไม้ฝรั่ง ) เป็นของโปรดผมเลย

Discover Amari

Fully Loaded Baguette เมนูนี้เหมาะสมกับคำว่า อลังการงานสร้าง ยาว ใหญ่ จริงๆ!!! ตอนยกมาเสิร์ฟ เห็นถึงขนาดสะดุ้งเลย และก็ไม่พลาดที่จะขอถ่ายรูปคู่ซักหน่อย เป็นขนมปังกรอบด้านนอกเบาๆ ไม่แข็งไป ด้านในก็นุ่ม เนื้อออกเบาๆไม่แน่นจนเกินไป เพราะความยาวของมัน ทำให้มีไส้แบ่งเป็นส่วนๆ ทั้งไก่และแฮมชนิดต่างๆ ผักและมะเขือเทศสดๆที่ใส่มา เพิ่มความสดชื่นให้เมนูนี้ได้ดีทีเดียว แต่ขอแนะนำว่ามาคนเดียว หรือ พาสาวมาเดท ไม่ควรสั่งเด็ดขาด!!! มีเมนูอร่อยๆที่ขนาดพอเหมาะให้เลือกแทนอีกเยอะเลย ส่วนใครที่มาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ห้ามพลาด เด็กต้องตื่นเต้นกับเมนูนี้แน่นอน และก็เป็นความสนุกสนานกับพรรคพวกเพื่อนฝูง จนไม่พลาดที่จะต้องหยิบกล้องมาถ่ายเซลฟี่กันอย่างแน่นอน

ปิดท้ายด้วยขนมหวาน แต่งมาซะน่ารัก ไม่กล้าทานเลย… ผลไม้หลายชนิด เสิร์ฟมาพร้อมไอสครีมวนิลา Presentation มาอย่างกิ๋บเก๋ รับรองว่าคุณสาวๆคงต้องไม่พลาดที่จะหยิบโทรศัพท์คู่ใจมาแชะรูปคู่ลง IG แน่นอน

Discover Amari

Discover Amari

หลังจากที่อิ่มหนำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลา Check in เข้าห้องพัก พักผ่อน เพราะพอหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน… ห้องพักได้อยู่มุมที่วิวสวยงาม ห้องหับใหม่ สะอาด และตกแต่งด้วยโทนสีสว่าง สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือเตียงนุ่มๆหมอนเยอะๆนอนสบายมาก หัวถึงหมอนแล้วสามารถหลับได้ทันที… แถมยังมีส่วนของระเบียงให้ออกไปนั่งรับลมได้ชิลๆ  Poolside View ที่มีสระน้ำสีน้ำเงินคราม ตัดกับใบไม้สีเขียวของต้นไม่รอบๆ โดยมีร่มสีแดงแซมมาเป็นจุดๆ ดูสวยลงตัว

ผลไม้ตามฤดูกาลมีวางเสิร์ฟรออยู่บนโต๊ะเรียบร้อย

ขณะที่กำลังเก็บเข้าของ และเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกระโจนขึ้นเตียงนุ่มๆแอบงีบซักครู่นึงก่อนที่จะไปทานซีฟู้ดอาหารเย็น…  ก็มีเสียงกริ่งประตู เป็น Room Service มาเสิร์ฟของว่าง…. ลักษณะดูคล้ายของหวาน มี 3 สี 3 ชิ้น พอมาดูใกล้ๆก็ถึงบางอ้อว่า มันคือ “หมี่กรอบทรงเครื่อง” นี่เอง แต่ปั้นมาเป็นก้อนกลมๆขนาดกำลังน่ารัก 3 สี แต่รสชาติเดียวกันนะ พูดถึงรสชาติก็ทำมาอร่อย พอดีๆ กรอบร่วน ไม่เหนียว ไม่แข็ง ทานเพลินๆเผลอแพล็บเดียวหมดเกลี้ยง 3 ชิ้น

ของว่างหมดก็ ล้างปากซักหน่อยแล้วก็รีบงีบตามที่วางแผนไว้ เดี๋ยวแรงจะไม่พอสำหรับการออกไปทัวร์ชิมคืนนี้

ตื่นเร็วก็เลยมานั่งชิล อ่านหนังสือริมสระสบายๆ

มาทะเล ไม่ทานอาหารทะเลซักมื้อเลยไม่ได้นะ ถึงแม้ระยะหลังมาทะเลโดยไม่ได้สัมผัสน้ำทะเล และซีฟู้ด ถ้าพลาดถือว่าผิดแน่นอน!!!   มื้อเย็นคุณเจี๊ยบพามาลองอาหารทะเลที่ “โสภาซีฟู้ด” เมนูคืนนี้มี แกงส้มไข่ปลาริวกิว (ไข่ปลาเรียวเซียว) แต่ไข่ปลาหมด เลยเปลี่ยนเป็นเนื้อปลาแทน รสชาติแซ่บ เข้มข้นถึงใจมากๆ ชอบมากเมนูนี้ นอกนั้นก็ยังมี เนื้อปูผัดผงกระหรี่ ที่เนื้อปูมาเป็นชิ้นใหญ่ๆให้รสชาติปูเต็มคำ, ปูนิ่มทอดกระเทียม อันนี้ทำดีมาก ไม่อมน้ำมันเลย, อีกจานเป็นอาหารแนะนำของที่นี่เลย ปลาหมึกแดดเดียว ก็สมกับเป็นเมนูแนะนำนะ แต่อันดับ 1 ของเมนูโปรดของคืนนี้ คงยังยกให้ “แกงส้มหน่อไม้” จริงๆ เพราะรสชาติถึงเครื่องจริงๆ ซดที…. ซี้ดที+++

สำหรับร้านนี้ถูกใจนะ สำหรับร้านอาหารซีฟู้ด บรรยากาศริมทะเล ที่ราคาน่าคบ ก็ถือว่าให้เป็นอันดับต้นๆในใจเลย พิกัดก็เข้ามาทางเข้าตะเกียบสุดถนนเลย เข้าซอย อ่าวตะเกียบ 6 อยู่ในสุดซ้ายมือ หาไม่ยากๆ

พออิ่มหนำ สำราญแล้ว ก็ถึงเวลาไปต่อ…  บังเอิญเห็นแสงสว่างจากร้านทางซ้ายมือ ดูบรรยากาศน่าสนใจ เป็นร้านเล็กๆ แต่ดูอบอุ่น แต่งแนว Loft ง่ายๆแต่เท่ห์ แถมมีของหวานด้วย เลยตัดสินใจเดินแวบมาต่อที่นี่ซะเลย

ร้านชื่อ Riot Cafe’ นะ พิกัดก็ข้างๆร้านโสภาซีฟู้ดส์เลย เดินตัดชายหาดก็ได้… เวลานี้ บรรยากาศแบบนี้ ผมเลยขอจิบเบียร์ละกัน ปล่อยให้สาวลองชิมขนมหวานแทน ของหวานของที่นี่ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆเลย ที่มักจะทานชีสแท่งกับกล้วยหอมคู่กัน รสจะเข้ากันมากๆ เมนูนี้เสริมด้วนช็อคโกแล๊ตอีก ยิ่งเพลินกันไปใหญ่เลย

นั่งคุยกันซักพัก ก็จบวันแรกไปอย่างสวยงาม เป็นวันแบบชิลๆ สวยๆ… ส่วนพรุ่งนี้แหละ อีก ๅ รสชาติรออยู่ หึหึ มาครั้งนี้ครบรส ครบมิติจริงๆ

มื้อเช้าของวันจันทร์ (วันที่ 2) มาตามลายแทงของพี่พงศ์ครับ โทรขอคำปรึกษาวันมื้อเช้าที่หัวหินมีอะไรเด็ดบ้าง พี่พงศ์ แนะนำให้มาลองข้าวมันไก่ มื้อเช้าวันนี้เลยกลายเป็น ” ไก่ ไก๊ ไก่ ” เลย…. เข้าไปดูตามลิงค์ได้เลยนะครับ มีร้านทีเด็ดที่ถูกใจผมเป็นพิเศษด้วย

Next station เป้าหมายต่อไป… จากที่จะไป “เพลินวาน” ก็เปลี่ยนเป้าหมายเป็นสถานที่ที่ Adventure กว่าหน่อย จากคำเชิญชวนของไกด์สาว ก็เลยมาเป็น “ ถ้ำพระยานคร” เป็นอีก 1 ไฮไลค์ของทริปนี้เลย สามารถเข้าไปดูเจาะลึกได้ที่ Link นี้เลยนะครับ  ” ถ้ำพระยานคร 

Discover Amari

ผ่านเขา 2 ลูก ไปกลับ… เล่นเอาเหงื่อท่วมเลย จากนี้ก็มุ่งหน้ากลับโรงแรม อาบน้ำ ล้างตัว เดี๋ยวเย็นๆมีนัดที่ Aqua Pool Bar, Amari หัวหิน

หลังจากที่อาบน้ำ ล้างตัว ล้างเหงื่อแล้ว ก็ถึงเวลานัดพบกับ Mr. Christoph Leonhard GM  ของ Amari, หัวหิน ที่ Aqua Pool Bar จิบ cocktail  ไปพูดคุยกันไป คุณคริส เป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมากๆ แถมชื่นชอบการปั่นจักรยานเหมือนกันอีก ก็เลยคุยถูกคอ ส่วนผมได้ถือโอกาสเคาะสนิมเรื่องภาษาซักหน่อย

สำหรับที่มาเสิร์ฟวันนี้คือ “Funky Magarita “ รสชาติแปลกลิ้น เหมือนหน้าตาที่แปลกเช่นกัน ปากแก้วที่มีทั้ง เกลือ, น้ำตาล และ พริกแห้ง !!!! เย้ย พริกแห้งกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนี่ยนะ จินตนาการรสชาติไม่ออกเลย แต่น่าลอง อยากรู้…

หลังจากฟัง Concept ของ Cocktail ตัวนี้ว่ามาจากการแบ่งปันประสบการณ์ความสุขที่ อมารี หัวหิน เพราะถ้าเสิร์ฟมาจริงๆ ปากแก้วจะยังไม่ได้เคลือบไปด้วย เกลือ, น้ำตาล และ พริกแห้ง โดยวิธีการ นำมะนาวที่เสิร์ฟมาด้วย เคลือบปากแล้วค่อยเลือก เกลือ, น้ำตาล หรือ พริกแห้ง มาทารอบๆ ทำให้ได้ใช้เวลาด้วยกัน

รสชาติเปรี้ยวๆ เค็มๆ หวานๆ มีเผ็ดๆปลาย ออกมากลมกล่อมซะ จนผมเติมเรื่อยๆเลยระหว่างการสนทนา ถึงการสนทนากับ จะสนุกและเป็นกันเองเพลิดเพลินจนลืมเวลาแค่ไหน แต่ก็ต้องร่ำลา Mr. Christoph Leonhard และออกไปลอง Burger ที่ร้านสุดชิคตามแผนที่วางเอาไว้…  แล้วเร็วๆนี้จะหิ้วจักรยานมาปั่นที่หัวหินแน่นอน

ส่วนอาหารที่นำมาเสิร์ฟ จะเป็นตัวอย่างของ อาหารที่ Shoreline Beach Club แต่ตอนนี้เค้าปรับปรุง เพิ่มเติมอยู่ ก็เลยไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน ไว้มีโอกาสจะแวะไปละกัน ได้ยินว่าบรรยากาศดี อาหารอร่อย ฟังแล้วน่าพาสาวมาออกเดทนะเนี่ย

ร้าน 31 Burger
เป็นร้านสมัยใหม่ ตามเทรนด์ยุคนี้เลย ที่สำคัญรสชาติถูกใจ
ตามผมมาทาน Burger อร่อยๆ เสิร์ฟแบบ Chicๆ บรรยากาศ Hipๆ กันที่ Link นี้ได้เลยค้าบ  31 Burger, หัวหิน

คืนนี้ปิดท้าย ด้วยร้านชิลๆนั่งสบายๆละกัน หลังจากที่สอบถามจากรุ่นน้องเจ้าถิ่นว่ามีร้านไหนเล่นเพลงสไตล์เบาๆฟังเพลินๆไม่โครมครามไป ก็ได้เป็นคำตอบว่า “ร้านระรื่น” ซึ่งคุณเจี๊ยบจะแนะนำอยู่พอดี

และเช้าของวันสุดท้ายที่หัวหินของทริปนี้ก็มาถึงจนได้ (ไม่อยากให้ถึงวันนี้เลย) ได้หลับเต็มตามา 2 คืนเต็ม ตื่นมาแบบพลังเต็มพร้อมรับกิจกรรมของวันนี้ (แต่ยังไม่พร้อมที่จะกลับเลย) ตอนนี้เตียงเหมือนมีพลังลึบลับบางอย่าง ดึงดุดให้ไม่อยากลุกเลย…แต่ก็ต้องลุกมาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วลงไปทาน Breakfast ของโรงแรม เดี๋ยวค่อยขึ้นมาแอบงีบต่ออีกนิด

Breakfast ที่ห้อง Mosaic มื้อนี้ปักหมุดตั้งใจมากๆ เพราะชอบทาน Breakfast ของแต่ละโรงแรมมากๆ (ถึงแม้จะไม่ค่อยตื่นทันก็ตาม) ยิ่งของที่นี่เพื่อนผมบอกเล่าถึงความอร่อยมาให้ฟังไม่นานนี้เอง เลยเลือกไว้เป็นมื้อเช้าของวันที่ 2 ก่อนกลับละกัน… ส่วนของห้องอาหารตกแต่งดูโปร่งโล่ง ให้บรรยากาศสบายๆ เพดานมี Gimmick เก๋ๆ ไม่ให้พื้นที่ว่างด้านบนโล่งมากไปนัก ส่วนของเคาท์เตอร์อาหารต่างๆจะอยู่ด้านในสุด

อาหารมีให้เลือก ทั้งสลัด/Coldcut , ABF, อาหารไทย, ขนมปังต่างๆ หรือ จะโจ๊กและข้าวต้ม… ส่วนตัวผมให้ Highlight ที่อาหารไทย ที่นี่ทำอาหารไทยถึงจะไม่จัดจ้านไป แต่ก็ไม่จืดชืด กำลังได้รส ได้ชาติ… ส่วน ABF ผมชอบเบค่อนที่สุด ทำมาแบบ Crispy หน่อยๆ ถูกใจ สำหรับไส้กรอกที่น่าตาธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดา กัดทีดัง “เป๊าะ!!!” confirm ว่าดีกว่าตามร้านสะดวกซื้อเยอะ พยายามลองให้ได้หมดทุกอย่าง แต่ไม่ไหวจริงๆ เอาไว้มีโอกาสแวะไปอีกครั้งจะไปลองที่เหลืออย่างข้าวต้ม และ โจ๊กแน่นอน สรุปว่าถูกใจ ให้เป็น 1 ใน 3 ของอาหารเช้าโรงแรมที่เคยไปพักมาเลย

พอเสร็จมื้อเช้าที่เอร็ดอร่อยแล้ว ก็เดินขึ้นห้องพักไปแอบงีบ ก่อนที่จะไปปิดทริปที่ Monsoon Valley ในช่วงบ่าย

Monsoon wine

หลังจากทีนั่งชิลดื่มไวน์เบาๆ และเดินชมไร่องุ่นเป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาปิดทริปซะแล้ว ขอย้ำอีกทีว่า “ยังไม่อยากกลับเร้ยยยย” แต่หนังหรือซีรี่ย์ทุกเรื่องก็ต้องมีตอนจบ ส่วนจะมีภาค 2 ภาค 3 หรือไม่ก็ค่อยว่ากัน แต่สำหรับหัวหินแล้วยังมีอีกหลายภาคแน่นอน ยังไงคงต้องหิ้วจักรยาน ขึ้นรถไฟ มาปั่นชิลในหัวหินแน่นอน เดี๋ยวจะปั่นไปชวนคุณคริส ถึงอมารีเลย…. นั่งรถแป๊ปๆก็มาถึง Amari แล้ว… พอส่งคุณเจี๊ยบลง รถก็มุ่งตรงสู่มหานครทันที ทริปนี้ก็มาปิดโดยสมบูรณ์แบบที่จุดเริ่มต้นอย่างสะดวกสบาย

ขอขอบคุณทางโรงแรม Amari และ Trippacker, Mr. Christoph Leonhard , คุณเจี๊ยบ PR Manager คนเก่ง และพี่ที่ดูแลการเดินทางโดยรถยนต์ตลอดทริปนี้ด้วยนะค้าบ ประทับใจมากๆ เป็นทริปที่สนุก ครบรส สมบูรณ์แบบเลย SEE YOU Next Time HuaHin

ส่วนใครชอบอ่าน Blog นี้ ตามมาพูดคุยกันได้ที่ fanpage ของผมเลยนะคับ Link อยู่ด้านล่างนี้แล้ว

Chef ขี้แย

About author View all posts Author website

Fatal error: Allowed memory size of 134217728 bytes exhausted (tried to allocate 4591106 bytes) in /home/crybaby/domains/chefcrybaby.com/public_html/wp-includes/wp-db.php on line 2066