Chef ขี้แย

จักรยานของฉัน

สมัยเด็กๆ การขี่จักรยานคงต้องผ่านมากันทุกคน
ผมเองเริ่มหัดตั้งแต่มีล้อช่วยเป็น 2 ล้อเล็กๆข้างๆล้อหลัง
แล้วก็ค่อยๆงอล้อทั้ง 2 ข้างขึ้นเรื่อยๆ จนขี่ได้ก็ถอดล้อออก…

ตอนนั้นคนที่ทำให้ก็คือลุงคนขับรถที่ชื่อ “ลุงหนิด”
ลุงคนนี้แกสารพัดช่างเลย ทำของเล่นแปลกๆ
มาให้เล่นตลอด… ขับรถรับส่ง จนถึงป. 6
(ไม่รู้ว่าป่านนี้ แกไปทำอะไรที่ไหนแล้ว)

จักรยานคันแรกในชีวิต ที่ซื้อเองในสมัยประถม…
จำได้เลยว่าราคา 1,400 บาท เป็นแบบจักรยาน BMX
ไม่มีกง ไม่มีเกียร์อะไรหรอก… โช้คก็ไม่มี….
หยอดกระปุกอยู่นาน ทุบกระปุกมานับได้
ประมาณ 700 บาท แล้วก็กำเงินไปร้านขายจักรยาน
น่าจะแถววรจักรนะ แม่เป็นคนพาไปซื้อ…..

ร้านที่ไปดูก็มีจักรยานจอดเรียงรายอยู่หลากหลายคัน
แต่ไปสะดุดตาคันที่แขวนอยู่ด้านบน ล้อเป็นสีฟ้าเข้ม
ตัวถังเป็นสีเงิน ส่วนยี่ห้อจำไม่ได้ สมัยนั้นรู้จักแค่
BMX แต่ก็ไม่น่าจะใช่…. ก็เลยชี้ไปที่เจ้าคันนั้น

ปรากฏว่าราคาตั้ง 1,400 บาท ส่วนเจ้าคันอื่นๆ
ที่เรียงรายอยู่ด้านล่างซึ่งมีราคาอยู่ 700 – 800 บาท

ณ. ตอนนั้นอยากได้เจ้าคันสีฟ้ามากมาย
แม่ก็เลยช่วยเติมให้อีก 700 บาท จนครบ 1,400 !!!
แล้วสุดท้าย…. ก็ได้หิ้วกลับบ้านมาจนได้

ต่อจากตอนที่แล้วที่ทุบกระปุก + แม่ช่วยออกให้
ทำให้เอาเจ้าล้อสีฟ้ากลับมาบ้านมาจนได้…

เห่อ…เห่อมากๆ แบบขี่วนไปมาในบ้านเป็นชั่วโมง
ทั้งขี่บนพื้นปูนในลานจอดรถ ลุยขี่ในสนามหญ้า
ขึ้นเนิน ลงเนิน ปั่นลงจากพื้นต่างระดับ
ยังจำความสนุกได้จนถึงทุกวันนี้…

อีกที่ที่เป็นที่ขี่จักรยานสมัยเด็กๆ ก็คือ
ถนนในหมู่บ้านของบ้านคุณยาย
ในซอยวชิรธรรมสาธิต
มีหลังเต่าให้ได้สนุกด้วย
ก็ขี่วนไปมาอยู่แค่บล็อกเดียว
ไม่ได้ออกถนนใหญ่ แค่วนไปอีกซอยนึง
ก็เหมือนการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่แล้ว

ตกเย็นเมื่อไหร่ก็ถึงเวลาขี่จักรยานทันที
อยู่บ้านก็ขี่ในลานจอดรถที่บ้าน…
อยู่บ้านคุณยายก็ปั่นถนนหน้าหมู่บ้านไป…

จากนั้นพอโตขึ้นก็ไปเล่นฟุตบอลแทน
จักรยานก็ถูกจอดลืมไว้….
จนยางแบน ยางในหมดสภาพ
สนิมขึ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ…… “

พอเรียน ม. 4 ก็เริ่มเล่นเทควันโด้ เป็นกีฬาประจำ
รถจักรยานที่ถูกจอดทิ้งไว้ ก็อันตรธานหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว

จนมาถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่จักรยานเข้ามาบูม 4 – 5 ปี
ตั้งแต่ยุค ฟิกเกียร์ ก็ยังไม่คิดว่าจะกลับมาขี่จักรยาน
เพราะเท่าที่เห็นคนรอบตัวขี่ ราคามันแพงเหลือหลาย
ส่วนกีฬาก็ไม่ค่อยได้เล่น ทำงานกลางคืน ทั้งเหนื่อย ทั้งเมา…

และเมื่อ 3 ปีก่อนไปเที่ยวอยุธยากับพี่ตู๋
พี่ตู๋แกชวนขี่จักรยานชมเมือง ก็เลยเอาด้วยซะหน่อย
จำได้ว่าแค่ 20 กิโลนิดๆ เล่นเอาก้นระบม
5 กิโลสุดท้ายนั่งอานแทบไม่ได้… ส่วนน่องก็ปวดร้าวเลย

หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้ขึ้นคร่อมจักรยานมาจนวันนี้
แต่ก็หันกลับมาเล่นกีฬาได้ เกือบ 2 ปีแล้ว…
ทั้งยกดัมเบล วิดพื้น ยืดเส้นยืดสายอยู่บ้าน
และก็เตะฟุตบอลกับก๊วนเพื่อนๆ อาทิตย์ละครั้ง…

ถึงจะมีคนรอบข้างทยอยมาขี่จักรยานกันเพิ่มขึ้นเลยๆ
แต่ด้วยเหตุผลทั้งความปลอดภัย และ….
ราคาอันแสนแพงของจักรยาน ทำให้ยังไม่สนใจเหมือนเดิม

ต่อจากตอนล่าสุด ยังเข็ดไม่หายจากการปั่นจักรยานชมเมือง
เป็นครั้งแรกที่ทำให้รู้ว่าปั่นจักรยานไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนสมัยเด็กๆ

จนวันนี้ได้โอกาสเข้าร่วมงาน “Bike for Mom”
ทีแรกก็คิดว่าจะเช่าจักรยานมาขี่วันเดียวก็จบ
แต่ไปๆมาๆ ทั้งแรงเตือนว่าถ้าไม่ซ้อมวันจริงก็อาจจะขี่ไม่ไหว
ทั้งแรงเชียร์ให้ซื้อมาขี่เป็นอีก 1 กีฬาไปเลย…

ก็ใช้เวลานอนคิดแทบเอาขาก่ายหน้าผาก
เพราะไม่ใช่การลงทุนน้อยๆเลย
แต่พอคิดว่าถ้าเอาไว้ขี่ออกกำลังกายซักอาทิตย์ละครั้ง 2 ครั้ง,
ออกทริปกับก๊วนเพื่อนๆ (หลายก๊วนเลย),
ใช้เป็นยานพาหนะไปธุระใกล้ๆ ไปชิม
และเป็นส่วนนึงของการท่องเที่ยว Backpack ฯลฯ

คิดแค่นี้ แลกกับค่าใช้จ่าย Taxi, MRT, BTS
หรือถ้าคนที่ขับรถ แลกกับค่าน้ำมัน ค่าที่จอดรถ
ถ้ามีการเดินทางทุกวัน เพียงแค่ 4 เดือน
การลงทุนของจักรยานครั้งนี้ก็จะ Break Event…

ก่อนที่จะต้องจ่ายตังค์หลักหมื่นนั้น
เดี๋ยวนี้ต้องศีกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ใช้เวลากับ Google
ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง รวมทั้งปรึกษาเพื่อนผู้รู้
กูรูจักรยานอีกหลายคน จนได้ข้อสรุป ของการเริ่มต้นที่ไม่แพง
แต่ได้อะไหล่และ Performance ที่ดีสมราคา
โดยไม่สนใจ Brand บทสรุปก็ออกมาเป็น Giant รุ่น Escape 2…

แต่ด้วย Size ที่พอดีกับตัวไม่มี จึงต้องขยับขึ้นไปเป็น
Giant Escape 1 รวมค่าตัวเจ้าเทา Accessory และ
อุปกรณ์จำเป็น กลับกลายเป็น 2 หมื่นกลางจนได้
(จากที่ตั้งไว้ไม่เกินหมื่นห้า)


อ่อ…เกือบลืมบอกว่า
ตั้งชื่อเจ้าจักรยานคันที่ 2 ของชีวิตไว้ว่า “เจ้าเทา”
ตามสีของบอดี้ของมันเลยละกัน
หลังจากนี้คงเป็นพาหนะคู่ใจกันไปนานๆ
เร็วนี้ๆคงมีการออกทริปกับเจ้าเทาแน่ๆ
แต่เดี๋ยวขอฝึกซ้อมให้รู้ใจกันก่อนนะ

มานี มานะ มีหมาชื่อ เจ้าโต
วีระ มีลิง ชื่อ เจ้าจ๋อ
ปิติ มีม้า ชื่อ เจ้าแก่
ชูใจ มีแมวชื่อ สีเทา
Chef ขี้แย ก็มี เจ้าเทา

Chef ขี้แย

Comments

comments

About author View all posts Author website

Chef ขี้แย

blog นี้เกิดจาก การตกบันไดพลอยกระโจนของผม เริ่มจากการชอบเขียน status ใน fb เล่าเรื่องราวต่างๆ ยิ่งเล่า ยิ่งสนุก คราวนี้เลยกึ่งย่อง กึ่งกระโดด ทำเป็นรูปแแบบมากขึ้น อ่านแล้วก็ติบ้าง ชมบ้างกันนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!