Chef ขี้แย

“จาก Cognac ถึง Grand Prix”

 

เมื่อวานได้เป็นแขกในงานเปิดตัว Cognac ตัวใหม่ของ Remy Martin ให้กับ Blogger โดยงานนี้จัดที่ร้าน Cloud 47 Bar & Bistro…บนชั้น 47 ของตึก United สีลม

ร้านบรรยากาศโอเคมากครับ พอออกจากลิฟท์มา เดินออกไปก็จะเห็นวิว ที่อลังการเลย ตัวร้านสีขาว เพลนๆ ไม่ต้องแต่งอะไรมากใม่กวนกันบรรยากาศเมืองยามค่ำคืนโดยรอบ

ที่มาเพราะได้คำเชิญจากนพนี่ และเมเม่ด้วย งานนี้มีแต่ Blogger ดังๆ… สำหรับผมยังเตาะแตะๆ อยู่… มีผู้ร่วมงานประมาณ 10 กว่าคน งานดูอบอุ่นกันเอง… พนักงานจากบริษัทเข้ามาดูแล take care ดีมากๆ…คอยมาถามมาชวนคุย.. บนโต๊ะมี Appetizer น่าทานรออยู่เป็นที่เรียบร้อย นั่งได้ซักพักก็มีCocktail มาเสริฟเลย…มีชื่อว่า “Centaur Spice” มีส่วนผสมของ Remy Martin VSOP, Ginger ale และ Angostura Bitters… สีสวยครับ ออกทอง บางๆ กลิ่นคอนยัคเตะจมูก แต่ไม่แรงมาก!!!

เลม่อนที่เสียบตกแต่งไว้ ช่วยทำให้แก้วนี้ ดูน่าสนใจขึ้น… เหมือนเป็นน้ำอมฤตลึกลับ

คำว่า Centaur ก็มาจากรูปตรงฝา ที่เป็นโลโก้เค้า ถ้าใครได้อ่าน ได้ดู Harry Potter ก็คงรู้จักดี… เป็นลักษณะ ครึ่งคน ครึ่งม้า ส่วนบนจะเป็นคนและตั้งแต่เอวลงมาจะเป็นม้า รสชาติหวาน ทานสบายสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลาย มีกลิ่นของ Remy เด่นชัด… รสชาติก็หวานนำมา แต่ไม่ทิ้งกลิ่นคล้ายกลิ่นองุ่น แต่ก็ร้อนแรงพอสมควร!!!

ระหว่างชิม cocktail ไป… ก็ชิม Appetizer ไปด้วยพลางๆ… มีทั้ง แซลม่อนชุบแป้งทอด, แหนมปีกไก่, ทอดมันกุ้ง และก็ หอมชุปแป้งทอด มี Dipping ให้เลือกจิ้ม 4 แบบ วางไว้ทั้งซ้ายและขวาของจาน ทำให้สะดวกสบายขึ้น…

 

ที่ประทับใจของผม ก็จะเป็นทอดมันกุ้ง ที่จะมีชีสอยู่ตรงกลาง พอตัดเข้าไป… ชีสจะเยิ้มออกมาเลย!!! ถ้าทานร้อนๆน่าจะยิ่งได้รสชาติมากขึ้น… จานนี้อร่อยครับ!!!

 

คุยไป คุยมาเพิ่งจะรู้ว่า เป็นครัวมาจากบริษัท BB&B เพราะเค้าเป็น partner กันกับทางร้านนี้ สำหรับ Main Course Menu มีให้เลือก 3 จานครับ… ก็จะมี

– สเต็กเนื้อเซอร์ลอยด์ + น้ำจิ้มแจ่ว
– สเต็กแซลม่อย ซอสไวน์ขาว
– คาโบนาร่า สปาเก็ตตี้

 

พวกผมมากัน 3 คน… เลยสั่งคนละแบบจะได้ลองกันครบเลย!!!

จานแรก สเต็กเนื้อ จานนี้เค้าแล่มาให้เสร็จเลยใช้ส้อมจิ้มรับประทานได้ ไม่ต้องหั่น… เนื้อนุ่มมาก… หอมกลิ่มเนยและเครื้องเทศที่หมักมารสชาติเข้าเนื้อ!!! ต้องบอกว่าใช้ได้ทีเดียว สำหรับผม ผมว่าสุกไปนิด และ กลิ่นของเนื้อถูกกลิ่นอื่นๆกลืนหายไป… ส่วนน้ำจิ้มแจ่วก็โอเคครับ ต้องเรียกว่ารสชาติกลาง….ฝรั่งกินได้ คนไทยทานดี… มีหวานนำ หอมข้าวคั่ว…

จากต่อไป สเต็กแซลม่อนซอสไวน์ขาว จานนี้ประทับใจมาก เนื้อแซลม่อนย่างพอดีๆชิ้นหนา แต่สุกทั่วกัน… เนื้อยังฉ่ำๆอยู่ ไม่แห้ง นุ่ม น้ำมันของแซลม่อนฉุ่มเต็มปาก ทานได้
เรื่อยๆไม่เลี่ยน เครื่องเคียงทั้งมัน และผักโขมก็อร่อยทานคู่กันได้ไม่ขะเขิน…

 

จานสุดท้าย คาโบนาร่า จานนี้เหมือนรสชาติจะจืดไปนิด แต่ถ้าทานกับเบค่อนทอดที่โรยมาทำให้เบค่อนได้บทบาทเป็นพระเอกโดดเด่นขึ้นมา จานนี้เหมือนธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา… ส่วนตัวผมจะชอบที่เข้นข้มกว่านี้ เรียกได้ว่าเกือบเลี่ยนเลยทีเดียว…

หลังจากอิ่มอร่อยกัน ระหว่างนั้นยังได้เพื่อนใหม่อีก 2 ท่านคือคุณนัทและคุณโป้ง นักเขียนจาก สนพ. Think Beyond เขียนเกี่ยวกับพาชิมต่างๆ ยังมีเพจ “พากิน พาซ่าส์” ด้วยเป็นคู่หูที่สนุกสนานและหน้าตาดีทั้งคู่ !!! เลยได้โอกาสขอคำปรึกษาเลย… เนื่องจาก ทางบก. ท่านนึงของสำนักพิมพ์ก็เคยชักชวนให้ลองเขียน Pocket Book อยู่…

 

และแล้วก็ถึงเวลาของพระเอกของคืนแสดงตัว

 

“Remy Martin Club” !!!

เป็นตัวใหม่ที่ ถือได้ว่าจะเป็นอีกขั้นของ VSOP แต่ไม่ถึงขนาด XO.. เป็นขวดใสทรง 8 เหลี่ยมคอจะค่อนข้างยาว…เห็นทางคุณโอเล่บอกว่าทำมาเอาใจคนจีนเลย สำหรับขวด 8 เหลี่ยม… ฝาเปิดเป็นจุกก็อก ซึ่งน้ำหนักไม่ธรรมดาเลย ยิ่งตอนปิด กดลงไปจะดัง “กิ๊ก” เลย…ให้ความรู้สึกที่พิเศษขึ้น…

หลังจากการการเล่าย่อๆ เกี่ยวกับ Cognac ตัวนี้.. ก็เป็นการลองชิม เริ่มตันจากดูสีกันก่อน สีเป็นสีอำพันดูสวย ยิ่งอยู่กับแสงสีเหลืองยิ่งดูสวยขึ้นไปอีก แกว่งๆหน่อย ก็จะเห็นขาที่ค่อยๆไหลลงมาจากรอบๆแก้ว ทำให้รู้ถึงความหนาแน่นของมัน…

ส่วนกลิ่นต้องบอกว่า แอลกอฮอร์พุ่งขึ้นขนาดแสบตากันทีเดียว ต้องปล่อยไว้ซักพัก ไม่แน่ใจว่าใช่กลิ่นชินนาม่อนด้วยรึเปล่า แต่มีกลิ่นที่เผ็ดร้อนซ่อนอยู่อีกด้วย… ตามด้วยชิมรส จิบพอประมาณอมไว้ก่อน จะได้ความหวาน พอปล่อยไหลลงผ่านใต้ลิ้นเท่านั้น เหมือนความเผ็ด ซ่าส์ แผ่ซ่าน ฟุ้งเต็มปาก ขึ้นถึงจมูกระลอกแล้ว ระลอกเล่า จนกลืนหมด… ก็จะยังหลงเหลือความหวานติดอยู่ที่ลิ้น ยิ่งดื่มน้ำตามเข้าไปยิ่งรู้สึกหวาน… สักพักก็จะร้อนวูบวาบในลำคอ…

ทานเพียวๆ ถ้าไม่ชิน ต้องบอกว่าทานยากพอสมควร… แต่เพียงลองใส่น้ำแข็งลงไปเป็น On The Rock ก็จะทำให้ทานง่ายขึ้นแถมได้ความรู้สึกไปอีกแบบ…

 

สำหรับผม ถ้ามีติดบ้านไว้ซักขวด เอาไว้ทานหลังอาหารสบายๆ วันละแก้วกำลังสวยเลย (1 แก้ว หมายถึงแค่ก้นๆ แก้วนะคร้าบ)

มาเล่าถึง Cognac ดีกว่า… จริงๆแล้วมันก็คือ”บรั่นดี”นั่นแหละครับ… เพียงแต่ผลิตมาจากแคว้น Cognac ในประเทศฝรั่งเศส… ส่วนบรั่นดีก็ทำจากองุ่น เหมือนไวน์ครับแต่จะผ่านการกลั่น แล้วนำมาบ่มในถังไม้โอ๊คจนได้มาเป็น “Cognac” ส่วนความนุ่ม ละมุนก็อยู่ที่ระยะเวลาของการบ่มด้วย…

 

อ่านกันมาตั้งนาน!!! แล้วที่นี้มันเกี่ยวอะไรกับ Grand Prix อย่างที่ผมจั่วหัวเรื่องไว้ล่ะ ???

 

คือว่า สมัยเด็กๆ ผมเคยเข้าใจว่า Cognac อ่านว่า “ค็อก-แนค” !!!

 

ดี… ไม่เคยไปเรียกหรืออ่านให้ใครฟัง 55+ พอมารู้ว่ามันคือ “คอนยัค” ก็ยังแอบขำตัวเอง…

 

Grand Prix (กรังปรีซ์ ก็เช่นกัน) เข้าใจว่า อ่านว่า แกรน- พิค ด้วย… โดยดีที่รู้ตัวทันก่อนที่จะไปเรียกให้ใครฟัง 55+

 

มีใครเคยเรียกผิด แบบผมบ้างครับ

คำไหนบ้างเอ่ย ???

 

——————————————————

 

Chef ขี้แย

Comments

comments

About author View all posts Author website

Chef ขี้แย

blog นี้เกิดจาก การตกบันไดพลอยกระโจนของผม เริ่มจากการชอบเขียน status ใน fb เล่าเรื่องราวต่างๆ ยิ่งเล่า ยิ่งสนุก คราวนี้เลยกึ่งย่อง กึ่งกระโดด ทำเป็นรูปแแบบมากขึ้น อ่านแล้วก็ติบ้าง ชมบ้างกันนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!