Chef ขี้แย

แบกเป้ สะพายกล้อง ท่องเที่ยวไทย Trip 1

Trip 1 “ทัวร์ตลาดน้ำ อร่อยริมคลอง นอนโฮมสเตย์” พาเดินตลาด ราชบุรี – สมุทรสงคราม 3 วัน 2 คืน

(Day 3) วันส่งท้าย!!! 1 วัน 3 ตลาด (รูปเยอะมาก)

เช้านี้ก็ตื่นตามเป้าหมายนะ 6.00 เช้า ทันถ่ายรูปพระบิณฑบาตทางน้ำ (แอบสงสัยว่าท่านต้องพายเรือเป็นก่อนบวช หรือ บวชแล้วค่อยหัดพาย เพราะถ้าที่เห็นที่คลองดำเนินสะดวกพายคล่องแคล่ว แต่ก็คลองเล็กๆ นี่พายเรือลำน้อยข้ามแม่น้ำแม่กลองเลย!!! เป็นผมบวชที่วัดนี้อดแน่ๆ) ภาพการตักบาตรมีให้เห็นทั้งทางน้ำและทางบกนะ
เดินเก็บภาพยามเช้าจนพอใจ ก็กลับที่พัก… พี่นี้เตรียม Breakfast ให้เป็นที่เรียบร้อย เป็นข้าวต้มหมู (ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่) หรือจะเลือกเป็นโจ๊กก็ได้นะ… ทานกับปาท่องโก๋ และมีขนมครกให้ด้วย^^ เป็นเซ็ตอาหารเช้าที่น่ารักดีทีเดียว… หลังจากรองท้องเบาๆ ก็พร้อมเดินทางไปทัวร์ตลาดแล้ว

พี่คนขับสามลัอที่เหมาไว้ก็มารอตามเวลาเลย… และคงไม่บังเอิญที่เจอกันอีกครั้ง เพราะพี่เค้าคือคนที่เจอที่ค่ายบางกุ้งนี่เอง ที่เล่าเรื่องนับพลุแทงหวยให้ฟัง มิน่าเล่า… ตอนจะจากกันที่บางกุ้ง แกถามว่าพักที่ไหน เราบอกพักบางน้อยคอยรักครับ… แกถึงบอกว่า “แล้วเจอกัน” ที่แท้รู้จักกะพี่นี้นั้นเอง..

ขอเล่าถึงพี่คนนี้ซักหน่อยนะ…. เพราะถ้าใครเจอทีแรก ไม่ได้คุยก็จะกลัวแก แกหน้าโหด แกสัก แกใส่กางเกงขาดๆโทรมๆ… แบบที่พี่นี้บอกเมื่อคืนเลยว่า แกจะดูมาเฟียๆหน่อยนะแต่ไม่ต้องกลัว… โห!! ลุคนี้ไม่ใช่มาเฟียแล้ว แบบนี้มันแนวหน้าเวลาตีรันฟันแทงเลย!!! แต่จริงๆแล้วใจดีนะ มีน้ำใจเลยหล่ะ ทำงานตรงเวลา แกเลยจะไม่ชอบคนไม่ตรงเวลานัด… เพราะแกฮอต คิวเพียบ!!!!  จะไม่ให้เพียบได้ไง พี่แกทั้งขับรถทั้งเป็นไกด์ได้เลย รู้เยอะ รู้จริง แนะนำที่เที่ยวแบบเชิงลึกได้สบายๆ…

กลับมาต่อกันดีกว่า ออกจากบางน้อยมุ่งหน้าไปที่หมายแรก ” ตลาดน้ำท่าคา “ อากาศช่วงเช้า 7 โมงยังเย็นสบายอยู่ นั่งสามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) เปิดประทุน รับลมสบายๆวิวข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นสวนมะพร้าวมีท้องร่อง ดูร่มรื่น… ดูเห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน

 

ตลาด

จากบางน้อยมาที่ ตลาดน้ำท่าคา ไกลพอสมควรเลย… พอถึงก็ถือว่าค่อนข้างเช้า ยังไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ แต่ก็มีพ่อค้าแม่ขายพอสมควร… วันนี้ก็ไม่มีเรือมากเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่วันนัดนะ เค้าจะนัดกันข้างขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ, 7 ค่ำและ 12 ค่ำ… ส่วนเสาร์-อาทิตย์ อย่างที่ผมมาวันนี้ ไม่ตรงกับวันนัด เรือแม่ค้าที่มาแลกสินค้ากันก็จะไม่เยอะมาก…

แต่ถ้าพูดถึงตลาดน้ำที่ไปมาในทริปนี้ ที่นี่ดูเป็นชาวบ้านที่สุดแล้ว มาแลกเปลี่ยนสินค้ากันเองเป็นส่วนใหญ่ พวกพ่อค้าแม่ขายที่มาขายของให้กับนักท่องเที่ยวไม่เยอะ แต่ก็เริ่มมีบ้างแล้ว ส่วนใหญ่ที่เห็นก็เป็นของสวน ของไร่ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

มื้อเช้าที่ตั้งใจคือ “ก๋วยเตี๋ยวเรือลุงจุก” แต่ปรากฏพอมาถามหาก็ได้คำตอบว่าแกไม่สบาย แก่แล้ว ไม่ได้มาขายซักพักแล้ว… ก็เลยไหนๆก็ไหนๆ ลองเจ้าที่มีอยู่นี้แหละ ร้านป้าขาว อยู่ริมขวาสุดเลย.. เค้ามีที่บนฝั่งให้สัแล้วเอาขึ้นมาทางได้นะ แต่ผมไม่เอา… มาทั้งที่นั่งเก้าอี้ไม้ยองๆบนโป๊ะริมคลองที่ติดกับเรือนี่แหละ เอื้อมมือไปรับชามก๋วยเตี๋ยว มือนึงถือชาม มือนึงคีบตะเกียบโซ้ยเลย!!! ได้อรรถรสสุดๆ (ท่าทางไอ้ก๋วยเตี๋ยวเรือที่มันชามเล็กๆ มันคงเพราะพื้นที่คับแคบบนเรือแจวเล็กๆ และ การขนส่งนี่แหละ เป็นชามใหญ่ ไม่ชามคว่ำ ก็เรือคว่ำหรือไม่หน้าคนทานก็คว่ำลงน้ำตามชามลงไปแน่ๆ)

20 บาท… ถูกสุดในทริปนี้แล้ว เส้นได้ หมูได้ กลิ่นเต้าหู้ยี้ก็กำลังดี เสียอย่างเดียวหวานนำทะลุโลก… ก็บอกป้าแกไป ว่าหวานนำไปนิด แกบอกว่าคนแถวนี้เค้ากินรสนี้กัน แต่ถ้าไม่ชอบหวานก็บอกป้าได้นะ!!!  ใครไม่ชอบหวานก็บอกป้าเค้าด้วยละกัน

จากก๋วยเตี๋ยว อีก 1 พิกัดที่ต้องลองก็คือ กระเพาะปลา เมนูนี้ พี่นี้แนะนำมาเลย เค้าบอกว่าใช่ได้… พอเสร็จจาก’เตี๋ยวเรือก็ตรงดิ่งมาที่เรือกระเพาะปลาทันที… ดูจากสายตาแล้วของที่อยู่ในหม้อน่าจะเป็น “หนังหมู ” มากกว่าที่จะเป็นกระเพาะปลา แต่ก็เข้าใจได้ เพราะชามใหญ่ๆขายแค่ 20 บาท ถ้าเป็นกระเพาะปลาแท้คงไม่มีกำไรเป็นแน่แท้… ส่วนรสชาติผมว่าธรรมดาไปนะจืดๆ ไม่วิจารณ์ต่อละกัน แต่ถ้าใครมาจะอุดหนุนป้าแกหน่อยก็ได้ 20 บาท ไม่แพงๆ

เสร็จจากการชิมอาหารแล้วอันดับต่อไปก็ต้องหาน้ำหวานๆ เย็นๆให้ชื่นใจหน่อย มีซุ้มน้ำซุ้มนึงน่าสนใจมาก ตรงไอ้ ” น้ำมะม่างหาวมะนาวโห่ “ นี่แหละ ได้ยินชื่อนี้มานานเพิ่งมาเห็นทำเป็นน้ำด้วยก็วันนี้… ก็เลยถามก่อนว่ามันคืออะไร รสชาติยังไง??? พี่เค้าก็อธิบายและตักให้ชิม ในปริมาณที่ไม่น้อยเลย… รสชาติเค้าเปรี้ยว เค็ม หวาน คล้ายๆน้ำกระเจี๊ยบเลย

หลังจากชิมแล้ว ตัดสินใจเลือกน้ำมะตูมดีกว่า เน้นหวานๆเย็นๆ ชื่นใจ… จริงๆก็อยากลองน้ำฝักข้าวนะ แต่วันนี้ไม่มีอดลองเลย สรุปว่า น้ำมะตูมแก้วละ 10 บาทนะ

ที่นี่ก็มีบริการนั่งเรือชมเหมือนกันนะ แต่ไม่ Hard sale เหมือนที่ท่าเรือแถวดำเนินสะดวก… อันนั้นจิกกันสุดๆ ส่วนที่นี่เหมือนเป็นชุมชน เป็นชาวบ้านเค้าจัดทำกันเอง สบายๆ ดูน่าอุดหนุนกว่าเยอะ แต่เวลาไม่พอ ต้องเอาไว้เป็นคราวหน้า

ได้น้ำเย็นชื่นใจแล้วเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าสามล้อจะมารับ เหลือบเห็น ป้ายนิทานคำกลอน 2 จากชื่อสงสัยน่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์หรือ Gallery อะไรซักอย่าง เห็นสิ่งปลูกสร้างแนวบ้านสมัยเก่าๆยิ่งน่าจะใช่ ลองเข้าไปดูดีกว่า

ปรากฏว่าสิ่งที่คิด ไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่จะเป็นอะไรนั้น ตามผมไปดูพร้อมๆกันดีกว่า

เดินเข้าไปในบริเวณสิ่งที่เจอสิ่งแรกก็คือสยามหญ้าเขียวชะอุ่ม มีที่จอดรถสำหรับจักรยานคันหรูที่มีก๊วนที่รักการปั่นแวะเวียนมา ซึ่งวันนี้ก็มีอยู่ก๊วนนึง

ในบริเวณก็มีรถเก่า Classic จอดเป็น Prop ตกแต่งอยู่ และก็มีมุมให้ถ่ายรูปบริเวณสนามหญ้าอีกหลายมุม

ขึ้นมาชั้นบนก็เจอส่วนที่เป็น Gallery อย่างที่คิด มีรถมอเตอร์ไซต์เก่าแบบ Classic และรูปภาพแขวนอยู่ตามผนัง… แต่ยังไม่เจอตรงไหนที่เกี่ยวกับ ” นิทาน ” หรือ ” คำกลอน ” นะ???

ในบริเวณชั้น 2 ที่ผ่านทางเขื่อมไปก็จะพบห้องที่ล็อคกุญแจไว้ สงสัยว่ายังไม่เปิดหรือว่า อาจจะยังทำไม่เสร็จมั้ง

จนสุดทางก็มีมุมอ่านหนังสือที่มีหนังสือจัดเตรียมไว้ให้ กวาดสายตาดูก็ไปสะดุดกับเล่มนี้... “ความรักของคุณฉุย” เป็นหนังสือนิยายที่เคยนำมาทำเป็นทั้งละครและหนังโรง แต่จำเรื่องราวไม่ได้ก็เลยหยิบมาอ่านแบบ Screen ซักหน่อย… ภาพเรื่องราวก็เริ่มผุดขึ้นมาเป็นชิ้นๆ แต่ยังประกอบไม่ได้ จำได้มากสุดก็ นางเอกที่ถูกเรียกชื่อผิดเป็น “คุณนาฬิกา” นี่แหละ… น่าจะเอามารีเมคบ้างนะ… สงสัยกลับกรุงเทพคงต้องไปหาซื้อมาอ่านและเก็บไว้หน่อย

มาสะดุดเจ้าบล็อคนี้แหละ เริ่มจะตะหงิดๆ ว่า… เค้าอาจเปิดให้ค้างแรมกันก็ได้นะ

หลังจากชมเสร็จทุกอย่าง ตอนเดินลงมาพี่ๆก๊วนจักรยานก็กำลังจะไปปั่นกันต่อแล้ว พอลงมาถึงก็เดินชมรอบๆ อ่อ.. เค้ามีร้านกาแฟด้วยนะ น่ารักเชียว มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ให้ได้แอบยิ้มทุกมุมที่เห็น… โดยเฉพาะของที่ระลึกอย่างเจ้า “ควายดัดฟันยิ้ม”

เดินไปมาจนมีโอกาสได้สนทนากับ “พี่หนู”ป็นผู้ดูแล, ผู้จัดการ หรือจะเรียกยังไงดี น่าจะตำแหน่งเดียวกับ พี่นี้ แห่งบางน้อยคอยรัก… (เป็นตำแหน่งที่ผมอยากจะลองทำซักเดือนเลยจริงๆ จะทำคนเดียว หรือมีสาวรู้ใจมาช่วยกันดูแลคงดีไม่หยอก)

พอได้คุยทำให้รู้ว่า ที่นี่เป็นที่พักนะ ” เจ้าของชื่อพี่ใช้ พี่เค้าจบนิติจุฬา เป็นอัยการมั้ง… แต่แกเป็นคนติสต์ ชอบเดินทาง… แล้วก็เขียนหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางของตนเองมาถึง 2 เล่มแล้ว… แกอยู่นิติ แต่มีเพื่อนอยู’ถาปัตเพียบ ที่นิทานคำกลอน 2 และ 1 ( ที่แรกเป็นแบบขายเลย) ก็จะเป็นที่ที่เหล่าๆนักศึกษามาดูงานกันด้วย… “ พี่หนูเล่าให้ฟัง

เครื่องบดกาแฟ Manual ดู Classic ดี… พี่หนูโยกคันหมุนบดอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของกาแฟก็โชยมาบางๆ… นี่ถ้าผมเป็นนักดื่มกาแฟ คงต้องโดนซักแก้วเป็นแน่

เพิ่งรู้ว่าเป็นที่พัก ก็เลยขอเดินเก็บภาพอีกรอบ เผื่อมีคนสนใจมาพักจะได้หาดูบรรยากาศได้

หนังสือเล่มนี้เป็น 1 ใน 2 ที่พี่ใช้เค้าเขียน พี่หนูเอามาให้ดู ผมเปิดอ่านไม่มีหน้าก็ตัดสินใจ ควักเงินที่เหลือจากทริปนี้ ซึ่งไม่เยอะมากเท่าไหร่เพื่อแลกกับความเป็นเจ้าของ… พี่หนูหยุดความหวังผมและช่วยประหยัดให้ด้วย โดยการตอบว่า ไม่ขายนะ มันเป็นเล่มสุดท้ายแล้ว!!! ผมหน้าเศร้าเลยทันที… แต่พี่หนูแกยังพูดต่ออีก แต่ให้ยืมไปอ่านก่อนได้นะ อ่านจบค่อยเอามาคืน…. ผมได้แต่ร้อง โห… แล้วรีบยกมือขอบคุณทันที!!!

นี่คงเป็นข้ออ้างและเหตุผลในการจะมาซ้ำที่นี่แน่นอน ^___^

มอเตอร์ไซต์คันนี้พี่ใช้ขี่ไปไกลถึงเมืองจีนมาแล้ววว

 

การที่พูดคุยสนุกสนานทำให้เวลาผ่านไปเร็ว แป๊ปๆก็ถึงเวลานัดกับพี่ที่ขับสามล้อแล้ว จึงจำต้องเอ่ยคำลาพี่หนูก่อน แต่ที่แน่ๆคงได้มานั่งคุยกับพี่เค้าอีกเร็วๆนี้แน่นอน!!!

ที่หมายต่อไป “ตลาดเก่าบางนกแขวก” ทางธรรมดาผ่านมาแล้วพี่แกบอกเดี๋ยวตอนกลับมาเจอกันทางนี้นะ แต่ทางเข้าแกมีทาง unseen มานำเสนอ พร้อมบอกเล่าประวัติที่มาที่ไปให้ฟังอีกต่างหาก… แต่ผมจะไม่เล่านะ เดี๋ยวคนมาตามรอย จะรู้หมดทุกอย่างไม่มีอะไรให้สนุกกันพอดี…

ซอกเล็กๆนี่แหละ… เดินเข้าไปพอดีๆ ถ้าอ้วนมากๆน่าจะเบียดสุดๆ ไม่เหมาะกับชั่วโมงเร่งรีบแบบใดๆทั้งสิ้น

 

มาถึง 1 ในเป้าหมายหลักของวันนี้เลย… และก็เป็นเป้าหมายหลักของทริปนี้ด้วย!!! ข้าวแห้งเฮียเกียรติ แห่งตลาดบางนกแขวก เป็นร้านที่คนรีวิวตลาดบางนกแขวกทุกคนบอกว่าห้ามพลาดเลย!!! แค่เห็นเครื่องต่างๆก็มั่มใจเลยว่าอร่อยแน่ๆ จากนั้นก็สั่งทันที เอาทุกอย่าง 1 ไม่ใส่เนื้อปลา

หน้าตาดี เครื่องท่วมมาก!!! ส่วนรสชาติ หลังจากเข้าปาก พวกผมทั้ง 2 คนพร้อมใจลงความเห็นพร้อมกันว่า “อร่อย “ !!! กลมกล่อม… โดยเฉพาะปาท่องโก๋จิ๋วนี่เป็นตัวชูโรงเลย… แล้วที่สำคัญ อร่อยไร้ชูรสด้วย

ทานไป ก็คุยกับเจ๊และเฮียแกล้มไปด้วย แกเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของเมนูนี้ ว่าจริงๆมันก็มาจากข้าวต้มแหละ แต่ด้วยความไม่อิ่มและไม่อยู่ท้อง ทำให้ลองปรับมาใช้ข้าวสวยดู ปรากฏว่าอร่อยดี แถมมีคนชอบก็เลยเกิดเป็นเมนูนี้ขึ้นมา.. ส่วนข้าวต้มก็ยังมีขายอยู่ด้วย

เสียดายที่สั่งไม่เอาปลา เพราะกลัวคาว แต่เจ๊แกบอกว่าอร่อย ไม่คาว แถมจะตักเติมให้ฟรีๆด้วย… แต่ปฏิเสธไปเพราะเกรงใจ เอาไว้เดี๋ยวมาซ้ำดีกว่า^^

ข้าวหุงเตาถ่านซะด้วย

ทานเสร็จแล้วก่อนที่จะเดินไปชมตลาดเก่า ก็ขอเฮียถ่ายรูปเอามาลงใน Blog ซะหน่อย… เฮียแกลงทุนไปใส่เสื้อหล่อมาเลย เสียดายถ่ายออกมาไม่ชัด

ตลาด

ตลาดบางนกแขวก เป็นตลาดริมน้ำแม่กลองอายุกว่า 100 ปี เป็นตลาดที่ยังคงร่องรอยของอดีตมากว่าทุกๆตลาดที่ผ่านมา วิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย สืบทอดต่อๆกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ผู้คนมีอัธยาศัยดี เป็นภาพที่ดูเป็นวิถีธรรมชาติที่แทบไม่มีการตกแต่งใดเพิ่มขึ้นมา… บ้านที่ปลูกจากไม้ดูเก่าแก่เรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ… แนะนำสำหรับผู้ทีชอบเสพบรรยากาศ ความเรียบง่าย แบบที่สมัยนี้ไม่ค่อยมีให้เห็น ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังความกิ๋บเก๋แบบอัมพวานะ… แต่ภาพแบบนี้นับวันจะหาดูยากขึ้นเรื่อยๆนะ จะบอกให้

ขากลับทางเดินจะกว้างกว่าทางที่เดินเข้ามามาก แต่มันก็ดูเป็นซอกๆอยู่ดีนะ ดูลึกลับดีพอเดินมาถึงก็จะเห็นเวิ้งแม่น้ำทันที

ก่อนจะกลับ จะไม่แวะร้านนี้ไม่ได้เลยนะ ทั้งรีวิวที่อ่านมา ทั้งคำแนะนำจากพี่นี้… แป๊ะก๋วยเตี๋ยวปู เค้าบอกว่าห้ามพลาด!!! ทั้งบะหมี่ปู และ ข้าวกะเพราปู ผมเลือกลองชิมกะเพราปูนะ ส่วนเจ้านนท์ทานเส้นหมี่น้ำปู… สำหรับกะเพราปู รสชาติไม่โดดเด่น แต่มีดีที่ปูเพียบเมื่อเทียบกับราคา แต่ก็มีแกนด้านในเนื้อให้รำคาญใจเรื่อยๆ… ส่วนก๋วยเตี๋ยวเป็นไงไม่รู้ แต่นนท์ไม่พูดถึงเลย…

พอกลับมาถึงก็เดินเข้าทางที่จะเจอร้านป้าสงวนก่อนเลย…  วันนี้ป้าแต่งตัวสวยเชียว แวะทักทายและถ่ายรูปป้าซักนิด ป้าบอกว่ามันเป็น Gimmick นะ ทุกวันเสาร์อาทิตย์จะแต่งตัวแบบนี้… วันนี้มีน้องนักศึกษามาขอสัมภาษณ์ป้าด้วย เสียงเพลงเก่าเพราะๆ ก็ยังคลอๆอยู่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้เลย

นี่แหละหน้าตาของเจ้ามะม่วงหาวมะนาวโห่ ที่เพิ่งไปชิมมาเมื่อเช้า

นี่ก็เป็นอีก 1 ร้านดังของที่นี่เลย… วันนี้มีรายการทีวีมาถ่ายด้วยนะ คราวหน้ามาไม่ยอมพลาดแน่นอน!!!

ความน่ารักของสังคมเล็กๆตรงนี้ มีให้เห็นอยู่ทุกๆมุมนะ…  ถ้าไม่มองมันข้ามไป

สายน้ำ ฤ จะกั้น เป็นอีก 1 โฮมสเตย์ของที่นี่…  ที่แรกก็เกือบจะมาพักที่นี่แล้วเหมือนกัน เลือกอยู่ 2 ที่ ระหว่างที่นี่กับบางน้อยคอยรัก…  เดินเข้าไปขอถ่ายรูป สัมผัสได้ถึงความขรึมอีกแบบซึ่งแตกต่างจากที่บางน้อยคอยรัก รู้สึก countryๆ นิดๆ (คหสต นะ)  มีความเป็นผู้ชายกว่าที่บางน้อยคอยรัก นี่ถ้านอนที่นี่ มีหวังผมได้หาแสงโสมมานั่งจิบเพลากลางคืนแน่ๆ มันได้ฟิลดี… ก็เป็นอีกที่ที่ปักหมุดว่าต้องมาลองนอนซักคืนนะ

ตลาดความรู้สึกผมนะ…. รู้สึกว่า เจ้าต้นไม้ใหญ่ต้นนี้เป็นเหมือนแกนพลังของที่นี่เลย ดูจากมุมไหนก็จะเด่นที่สุด

วันนี้ก็ข้ามฝั่งมาเที่ยวชมอีกฝั่งน้ำกันซักที…. อยู่มา 1 วันเต็มๆ ก็เพิ่งข้ามมาก็ตอนนี้แหละ มีป้ายบอกทางร้านต่างๆเพียบ!!!

นอนเพลิน โฮมสเตย์ แต่ก่อนที่นี่คือ ค่ำไหน นอนนี่โฮมสเตย์นะ เค้าเปลี่ยนเจ้าของ ก็เลยมีการเปลี่ยนชื่อ ตอนเข้าไปเดินชม ก็ได้คุยกับพี่กบเจ้าของพอดี… Concept ชื่อใหม่ก็มาจากหุ้นส่วนอีกคนนึง เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้ คำว่า noon ที่มาจาก Afternoon +plearn ทับศัพท์คำว่า “เพลิน” เป็นภาษาอังกฤษด้วย…  การตกแต่งดูน่านอนเอนๆกลิ้งไป กลิ้งมาทั้งวันมากๆ…. หลายๆมุมก็ดูเป็นกานผสมผสานหลายๆอย่าง แต่ออกมาดูดีทีเดียว โดยเฉพาะไฟกลมๆ ที่จะมีให้เห็นเรื่อยๆ… ที่นี่ก็ปักหมุดใหญ่ๆไว้เช่นกัน

ร่ำรวยโฮมสเตย์ – ที่นี่ออกจะหวานเจี๊ยบมากๆ ถ้าผมกับเจ้านนท์นอนที่นี่กันคงไม่เหมาะมากๆแน่ๆ 55+  ไม่อยากจินตนาการเลยจริงๆ

บางน้อยคอยรัก เมื่อมองจากฝั่งตรงข้าม

 

แฮกึ้ง – เดินผ่านๆแวบๆเฮียแกเรียกให้ลองชิมดูก่อน พร้อมสาธยายให้ฟังถึงสูตรที่มีมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ และเฮียก็เอามาทำต่อ อัดแน่นไปด้วยกุ้งเน้นๆ เฮียแกไม่งก แกอยากให้ทุกคนได้กินของดีๆ ของอร่อยๆ ขนาดน้ำจิ้มบ๊วย ยังใส่บ๊วยเน้นๆเลย

รายละเอียดเล็กๆน้อยๆมีให้เห็นเรื่อยๆนะ…  ป้ายคำพูดนั่น นี่มีตามมุมต่างๆให้เห็นเลยๆ

 

มุมนี้จะเป็นมุมของชุมชนแถวนี้จริงๆนะ มีสภากาแฟ มีคาราโอเกะให้ได้ร้องเพลงเก่าๆกัน

โรตีแต้จิ๋ว – ร้านนี้แทบจะเป็นไฮไลค์ของที่นี่แล้ว แถมเจ้าขนมนี่ก็มีให้ทานที่นี่ที่เดียวเท่านั่น แป้งบ้าวเหนียว, ถั่วลิสง, งา, น้ำตาลทรายแดง…. ส่วนผสมธรรมดานี่แหละ หาที่ไหนก็ได้ แต่มันอยู่ที่คนทำ และวิธีทำต่างหาก ป้าทั้ง 2 คนเล่าให้ฟังขณะที่ผมไปนั่งยองๆดูวิธีการทำและทานสดๆทันทีที่เสร็จเลย!!! มันเหนียวๆ หอมๆ ไม่หวานมากนะ บอกไม่ถูก มาชิมกันเองละกัน

พี่โจ ร้านเพลงรักบางน้อย แนะนำว่าอร่อยเด็ด มีรึจะพลาด สั่งมาลองซะ 1 ที่

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการมาเยือนร้านเพลงรักบางน้อย, ร้านพี่โจ  อาจารย์ที่สอนถ่ายรูปเมื่อคืน… ต้องบอกว่าโชคดีมาที่ตังค์หมด เพราะถ้าไม่หมด ได้มาหมดที่นี่แน่ๆ แต่ก็มีแผ่นที่อาฆาตว่าจะมาเอาให้ได้อยู่นะ โดยเฉพาะ Album The Inspiration อยากได้แบบเป็นแผ่น Vinyl มากๆ เพลงมันใช่เลย!!!

มาเฉลยแล้วที่แท้ ต้นไม้ใหญ่ๆ ต้นไม้  Landmark ก็คือ ต้นลำพู นั่นเอง

มีพบก็ต้องมีจากนะ ถึงเวลาร่ำลาชีวิต Slow Life กลับสู่ ชีวิตเร่งร้อนอีกครั้ง… กลิ่นความละมุนของวิถีชีวิตริมน้ำสบายๆยังอบอวลอยู่รอบๆตัวเลย… ปิดท้ายด้วยน้ำ “ม่วงซ่า” ที่มีส่วนผสมของ “อัญชัน, มะนาว, โซดา และน้ำแข็ง” เย็นๆชื่นใจ ก็ที่จะ กลับกรุงเทพ โดย สามล้อไปลงที่วินรถตู้ที่อัมพวา แล้วก็มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง….

รวมค่าใช้จ่ายวันสุดท้ายของทริปนี้

ก๋วยเตี๋ยวเรือป้าขาว ตลาดน้ำท่าคา 20 บาท
กระเพาะปลา ตลาดน้ำท่าคา 20 บาท
น้ำมะตูม ตลาดน้ำท่าคา 10 บาท
ข้าวแห้งเฮียเกียรติ ตลาดบางนกแขวก 45 บาท
ข้าวกะเพราปู แป๊ะ 35 บาท
ค่าเหมารถลุย 2 ตลาดพร้อมกลับมาส่งที่บางน้อย 150 (300) บาท
ขนมโรตีแต้จิ๋ว 20 บาท
หอยทอดใต้สะพาน 30 บาท
น้ำ 20 บาท
บางน้อยคอยรัก โฮมสเตย์ 400 (800) บาท
สามล้อไปส่งที่อัมพวา 30 (60) บาท
ค่ารถตู้ กลับกรุงเทพลงอนุเสาวรีย์ 80 บาท

รวมค่าใช่จ่าย วันสุดท้ายเป็นเงิน 830 บาท (ต่อคนนะ ถ้ารวมก็ต้องคูณ 2 ด้วย)

รวมค่าใช้จ่าย Project แบกเป้ สะพายกล้อง ท่องเที่ยวไทย
Trip 1 “ทัวร์ตลาดน้ำ อร่อยริมคลอง นอนโฮมสเตย์” พาเดินตลาด ราชบุรี – สมุทรสงคราม 3 วัน 2 คืน
เป็นเงินทั้งหมด 2,369 บาท – เที่ยวได้จนเหนื่อย นอนสบาย อิ่มหนำสำราญทุกมื้อ

ส่วนใครชอบอ่าน Blog นี้ ตามมาพูดคุยกันได้ที่ fanpage ของผมเลยนะคับ Link อยู่ด้านล่างนี้แล้ว

Chef ขี้แย

ติดตามเรื่องสนุกๆ รีวิวร้านอาหาร ที่พัก ที่เที่ยว ของวันอื่นๆได้ตาม Link ด้านล่างนี้เลย

(Day 1) มุ่งหน้าสู่ดำเนินสะดวก แต่แอบแวะอัมพวา ไปพิสูจน์คลองแห้งจริงมั้ย???

(Day 2) เช้าที่ดำเนินสะดวก – แวะค่ายบางกุ้ง – มุ่งสู่บางน้อย

(Day 2) วันธรรมดาใน บางน้อย เงียบแต่ไม่เหงา

About author View all posts Author website

Fatal error: Allowed memory size of 134217728 bytes exhausted (tried to allocate 4591106 bytes) in /home/crybaby/domains/chefcrybaby.com/public_html/wp-includes/wp-db.php on line 2066