Chef ขี้แย

แบกเป้ สะพายกล้อง ท่องเที่ยวไทย Trip 1

Trip 1 “ทัวร์ตลาดน้ำ อร่อยริมคลอง นอนโฮมสเตย์” พาเดินตลาด ราชบุรี – สมุทรสงคราม 3 วัน 2 คืน

(Day 1) มุ่งหน้าสู่ดำเนินสะดวก แอบแวะอัมพวา ไปพิสูจน์คลองแห้ง???
เดินตลาดร่มหุบ,  ทานเกาเหลากรุงไทย, แวะอัมพวา, เข้าที่พัก, ทานก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง

 

เป็นทริปเปิดตัวคอลัมน์ใหม่เลย ปกติก็เป็นคนที่ได้ออกเที่ยวต่างจังหวัดบ่อยๆอยู่แล้ว แต่ก็มักจะไปแบบรถส่วนตัวกับเพื่อนๆหรือเหมารถตู้ไป ทริปนี้เป็นจะเป็นแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ลุยๆไป ทั้งรถไฟ, รถตู้, รถสองแถว, สามล้อ จนถึงมอเตอร์ไซต์… ใฝ่ฝันมานานแล้ว เอาแต่อ่าน Review ของคนอื่น ไม่มีโอกาสก้าวเท้าออกเดินทางซักที… มาวันนี้อุปกรณ์พร้อมทั้งกล้อง ทั้งเป้ และอุปกรณ์จำเป็นเบื้องต้น ก็ถึงเวลาซักทีสินะ


กว่าจะได้ฤกษ์ออกเดินทางตามที่วางแผนไว้จริงๆก็ปามาเดือน 7 จากที่วางแผนการ Backpack ไว้… ถือเป็นโอกาสที่ดีหลังจากออกจากงานที่ทำอยู่ ทำให้มีเวลาพอจะขยับไปต่างจังหวัดได้ อย่างแรกที่ทำก็คือหาเป้าหมาย ปลายทางก่อนเลยว่าจะไปที่ไหนดี ก็เล็งไว้อยู่ 3 ที่ ก็คือ

ลองแบบใกล้ๆ ลุยทัวร์ ตลาดน้ำ ราชบุรี – สมุทรสงคราม
อีกอันก็ ลองที่ที่ยังไม่ฮิตมาก อุบลราชธานี – ลาวใต้
แล้วก็อีกที่คือ น่าน ไกลหน่อย แต่เคยไปแล้ว พอจะลุยได้

พอได้ทางเลือกมาบ้างแล้วก็ตั้ง status ใน facebook ประกาศหาแนวร่วมทันที…. ปรากฏว่าได้แนวร่วมในทันทีเป็นรุ่นน้องที่เป็น “สจ๊วตหนุ่ม” ชื่อนนท์ ( หนุ่มแท้ๆนะ… น้องมันบ่นว่าพอคนรู้ว่าเป็นสจ๊วตก็มักจะคิดว่าน้องมันเป็นเกย์) แล้วงานนี้ไปเที่ยวกัน 2 หนุ่มไม่ยิ่งแล้วใหญ่หรอวะเนี่ยยย…  พอได้ผู้ร่วมชะตากรรมแล้วก็ถึงเวลาตัดสินใจเรื่องที่หมายซะที ก็ลอง Search ข้อมูลที่เที่ยวของทั้ง 3 ที่หมาย และวิธีการเดินทางมาใช้ประกอบการตัดสินใจ

ส่วนจะเป็นที่ในคงไม่ต้องเฉลยกันนะ น่าจะรู้กันหมดแล้วว่าคือที่ไหน… เอาหล่ะ!!!  ถึงเวลาออกเดินทางตามผมมาได้เลย จะพาเที่ยวไปด้วยกับแบบใกล้ชิด เหมือนได้มาด้วยกันทีเดียว

ถนนพระราม 4 ว่างๆ แบบนี้ ไม่ค่อยได้เห็นนะ

 

เป็นประจำเวลาที่จะไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปออกค่าย ไปรับน้องทีไร เป็นต้องนอนไม่หลับ… แล้วพอหลับแล้วละก็ตื่นยาก !!!  ตื่นก็ไม่เต็มตาและครั้งนี้ก็เช่นกัน  กว่าจะเขียน Blog ไป ดูหนังซีรีย์จีนเรื่อง “เล็กเซียวหงส์” ไป…  จะเข้านอนก็เที่ยงคืนกว่าๆ จากที่วางแผนจะนอนตอนสี่ทุ่ม เพื่อชาร์ตพลังเต็มที่ ที่สำคัญกลิ้งไป กลิ้งมา นึกโน่น แพลนนี่ไป หลับเอาจริงๆก็ตี 2

” อ๊อดดด…. อ๊อดดด!!!!” เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ดังเตือนขึ้นมา เสียง “อ๊อดดด” ลอยเข้ามาในฝันพอจะแปลได้ว่า “ตี 4 แล้ววว… ตื่นได้แล้ว”… จากนั้นก็ค่อยๆบิดขี้เกียจ ลุกขึ้น ไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แล้วก็ตรวจเช็คสัมภาระที่เตรียมพร้อมไว้จากเมื่อคืน อีก 1 ที… ตี 5 ส่งไลน์ไปหาน้องนนท์ แนวร่วม ถามว่าพร้อมยัง น้องเค้าตอบกลับทันทีว่า กำลังจะเรียก Taxi แล้ว… ดังนั้นแล้วผมซึ่งพร้อมแล้วก็สะพายเป้ขึ้นหลัง หยิบขาตั้งกล้อง แล้วเดินออกจากบ้าน มุ่งสู่ ป้ายรถเมล์ตรงสามย่านทันที

ใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็ถึงป้ายรถเมล์ที่ศึกษาไว้ว่ามีรถเมล์ที่จะไป สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ผ่าน 2 สายคือ สาย 21 หรือ 529… อากาศสบายๆ ถนนรถโล่งแบบที่ไม่ค่อยได้เห็น เพราะไม่ได้ตื่นมาเวลานี้นานแล้วตั้งแต่จบมัธยม… แต่เรื่องก็เริ่มไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ รถเมล์ที่รอไม่มาเลย… อย่าว่าถึงสายที่รอเลย สายอื่นก็ไม่ค่อยผ่าน รอจนเวลาผ่านไป 20 นาที ตอนนี้ก็ ตีห้าครึ่งจนได้ ดูเวลาแล้ว ถ้ารอคงเสี่ยงตกรถไฟ ถ้าตกรอบนี้ก็รอกันยาว… ดังนั้นจึงตัดสินใจ เรียก Taxi ไปแทนดีกว่า!!!! ต้องยอมจ่ายแพงซะแล้ว ตั้งแต่เปิดหัวทริปเลย

มีร้านขายบะหมี่หมูแดงด้วย ทำมาเสร็จแล้ว แค่หยิบใส่ห่อได้เลย สะดวกง่ายๆ

 

แลกตั๋วมาแล้ว

 

รถไฟมาแล้ว ตื่นเต้นๆ

 

พอนั่ง Taxi แล้วก็แอบคิดว่า หรือเรามายืนรอผิดป้ายรถเมล์นะ เคยเป็นแบบนี้ที่นึงแล้วด้วย แต่ก็ช่างเถอะเดี๋ยวกลับกรุงเทพค่อยมาศึกษาใหม่… มาลุ้นว่าจะโดนรถติดรึเปล่าดีกว่า พี่ Taxi แกเห็นเช้าๆ แกเลยพามาทางสะพานสาทรเลย!!! (งานนี้ได้ลุ้นกัน)… แต่โชคดีก็มีบ้างเหมือนกัน รถไม่ติดเลยซักนิด มาถึงที่หมายในเวลา 15 นาที ยังไม่ถึง 6 โมงเลยเวลาเพียบ!!!!  ลงจากรถก็เจอแนวร่วมเดินมาสมทบทันที เดินมาพร้อมกับข้าวเหนียว หมูทอดในมือ  สะพายเป้มา 2 ใบ ใบนึงก็กล้องและอุปกรณ์ อีกใบก็สัมภาระส่วนตัว…

เออ… ลืมเล่าความเชยของตัวเองให้ฟัง นี่ถ้าไม่มีทริปนี้ไม่เคยรู้เลยว่ามีสถานีต้นสายอื่น นอกจากหัวลำโพงด้วย นี่ถ้าไม่ศึกษา ไม่วางแผน กะไปซื้อตั๋วเอาดาบหน้า เล่นแบบ No Plan สุดๆ คงมีฮา อาจก็ถ่อกันมาวงเวียนใหญ่, เปลี่ยนวิธีการไปหรือได้เปลี่ยนจุดหมายกันแน่ๆ

มาเช้าไป เค้ายังไม่เปิดให้รับตั๋ว ก็นั่งรอ เอากล้องมาตรวจเช็คและลองกัน… เจ้านนท์ก็ซัดมื้อเช้าที่ซื้อมาทันที พร้อมชวนผมด้วย แต่ผมตั้งเป้าแล้วว่ามื้อแรกจะไปโดน “เกาเหลา” แถวๆตลาดร่มหุบ ก็เลยเก็บท้องไว้ดีกว่า ประกอบกับไม่ใช่เวลาประจำด้วยเลยยังไม่หิวเท่าไหร่….

การเดินทางสู่แม่กลองก็เริ่มต้นที่นี่นะ จากสถานีวงเวียนใหญ่ ไปสุดทางที่ สถานีมหาชัย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วข้มเรือจากมหาชัย ไปสู่ท่าฉลอม แล้วไปต่อรถไฟที่สถานีบ้านแหลม มุ่งสู่แม่กลอง….  ปรากฏว่า เป็นรถไฟฟรีนะ เอาบัตรประชาชนมาแลกตั๋วได้เลย แต่เส้นจากท่าแหลมไปแม่กลอง (ตรงตลาดร่มหุบ) เค้าปิดซ่อมแซมรางอยู่ จะมีรถขนถ่าย (เป็นรถ 2 แถว) แทน…  ไม่เก็บตังค์เหมือนกัน

ปู๊นๆ ปู๊นๆ… ฉึกฉักๆ ออกเดินทางกันแล้ว ขึ้นรถไฟแล้วเดินหาที่นั่งเหมาะๆ เกือบถึงหัวขบวน… นั่งรอแป๊ปเดียวรถก็ออกตัว แต่ก็ Delay กว่ากำหนดการนะ กำหนดการ 6.25 แต่ออกตัวประมาณ 6.35… กลับมาเล่าให้เพื่อนที่กรุงเทพฟัง เค้าก็บอกกันว่า ไม่แปลกนะ เป็นเรื่องธรรมดา ปกติ…  วิวข้างทางดูเพลิน แต่ถ่ายรูปไม่ทัน อากาศเช้าๆทำให้บรรยากาศกำลังดี นั่งเพลินๆดูนั่น ดูนี่ รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปชั่วโมง อีกสถานีก็ถึงมหาชัยแล้ว

งงๆ อยู่ไปทางไหนดี????

 

เรื่องนี้ไม่เล่าไม่ได้เลย… มันเป็นความที่ไม่มีสติ เอ๋อๆส่วนตัวเลย เพราะตั้งแต่ว่าจะมาหาที่กดตังค์แถวนี้ กล้วออกต่างจังหวัดแล้วโดนชาร์ต บัญชีมี 2 บัญชี ตั้งแต่จะกดจากกสิกร เพราะบัญชีของแบงค์กรุงเทพต้องเก็บไว้ใช้เรื่องสำคัญเร็วๆนี้เอาออกมาใช้ไม่ได้!!!!

พอเจอตู้ ATM ของกสิกร ก็รี่เข้าไปหา หยิบบัตรใส่เครื่อง แล้วกดทันที…  ระหว่างเครื่องกำลังจะจ่ายเงินให้ เหลือบไปเห็นบัตร ATM ของกสิกร ยังอยู่ในกระเป๋าตังค์!!!! อ้าว… แล้วไอ้ที่อยู่ในเครื่อง… แสดงว่า…   ทุกอย่างเฉลย พร้อมกับตัวเลขบนจอโชว์ว่า หักค่าธรรมเนียม 20 บาท (ไม่รู้ว่าเพราะอยู่มหาชัยหรือเพราะใช้บัตรคนละแบงค์)… แต่ก็เอาหล่ะ นอกจากเสีย 20 บาทแล้ว กลับไปกรุงเทพ ยังต้องไปถอนจากกสิกร มาใส่คืนบัญชีแบงค์กรุงเทพด้วย!!!

หลังจากเหตุการณ์ เจ้านนท์เจอ  ATM แม่งเป็นเรียกตลอด ซ้ำเติมกันได้สนุกสนานมาก 55+

ตลาด

ก้ามปูใหญ่สะใจมากๆ !!!!

 

หลังจากที่เวิ้นเว้อกับ ATM กันเสร็จแล้วก็เดินหน้าไปท่าเรือจากการถามทางกับคนแถวนั้น เดินผ่านตลาดไปหน่อยก็จะเจอเอง ส่วนตลาดก็เป็นตลาดของสด ของสดทะเลสด ปู กุ้ง หมึก ไซส์แบบซะใจๆเพียบ… เดินมาไม่ไกลก็จะเห็นท่าเรืออยู่ซ้ายมือเลย เรือข้ามฝากลำใหญ่ทีเดียว บรรทุกทั้งคนและมอเตอร์ไซค์ข้ามฝากได้สบายๆ ค่าใช้จ่ายก็คนละ 3 บาทนะ

พอถึงท่าฉลอมก็ถามทางที่จะไปต่อรถไฟ เดินออกจากท่าเรือแล้วเล้วเลี้ยวขวาไปเรื่อยก็เจอ เค้าบอกว่างั้นนะ

เดินเท้ากันไปเรื่อยๆ ก็มีรถสามล้อถีบทักมาว่าจะไปขึ้นรถไฟหรอ เค้าปิดนะ ซ่อมทาง… เราก็บอกว่า “รู้แล้วครับ แต่เค้ามีรถขนถ่ายครับ”…. เดินไปอีกแป๊ป ก็มีขี่มาอีกคัน ถามประโยคเดิม แต่เพิ่มเติมตรงที่ รถสองแถวก็ออกไปแล้วพ่อหนุ่ม!!! เอาละ… ไม่ทันไรงานเข้าแล้วเว้ยเฮ้ย!!!  ผมกับเจ้านนท์หันมามองหน้า แล้วตกลงว่าจะเดินไปจนสุด ไปลุ้นก่อนแล้วค่อยว่ากัน…

พอไปถึงถามป้าที่ขายของอยู่ตรงนั้นแกบอกว่า “เพิ่งออกไป ตะกี้นี้เอง… รออีกรอบก็ประมาณ 10.00 กว่าๆ” มองนาฬิกาข้อมือ เฮ้ย!!!  นี่มัน 7.45 เอง ถ้ารอจะไปทำอะไรดีวะเนี่ย!!!!  ยืนอึ่งกันพักนึง ก็ตัดสินใจเดินกลับไปแถวหน้าท่าเรือก่อน คนเยอะๆ แล้วไปถามเค้าเอาว่ามีทางไป “แม่กลอง” ทางอื่นมั้ย???

สอบถามไปมา จากที่ท่าฉลอมไม่มีทางอื่นเลย… ต้องกลับไปที่มหาชัยแล้วขึ้นรถตู้ไปแทน 55+  สนุกกันตั้งแต่เริ่มเลย ตกรถกัยเฉยเลย ไอ้พวกเราก็ไม่ได้แวะไม่ได้โอ้เอ้เลย… ไอ้ที่เกิดเหตุก็รถไฟมัน Delay และไอ้ที่แย่คือ มีกันอยู่แค่ 2 คนนี่แหละที่มาต่อรถ!!! แป๊กกันอยู่ 2 คน…  บ่นเสร็จแล้วก็ข้ามเรือกลับไปขึ้น “รถตู้” มุ่งหน้าสู่แม่กลอง…

จริงๆผมต้องได้นั่งคันนี้มานะ

 

ตลาด

ตลาด

นั่งรถตู้ไม่นานเท่าไหร่ก็ถึงแม่กลอง วินรถตู้ก็ไม่ไกลสถานีรถไฟเท่าไหร่นะ ถึงจะไม่มีรถไฟผ่าน ร่มไม่หุบ แต่ ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลีและจีนก็เยอะพอสมควรเลย…  เข้าไปเดินเล่นถ่ายรูปซักหน่อยละกันมาถึงที่แล้ว ถือว่าเป็นตลาดแรกของทริป ส่วนใหญ่ก็เป็นของสดนะ ก็เป็นตลาดสำหรับคนอาศัยอยู่แถวนี้แหละ พวกของที่ระลึกส่วนใหญ่จะอยู่ด้านนอกซะมากกว่า… ถ่ายรูปซะนิดแล้วก็ ถึงเวลามื้อเช้า!!!!!!!!!!!

หมูเด้งล้วนๆ

 

เกาเหลากรุงไทย – ร้านนี้ตามเป้ามาจากรายการ “รายการกอล์ฟตลาดแตก  “ มองหาทิศทางไปมา พอเห็นป้ายธนาคารกรุงไทย ก็มุ่งหน้าแบบมั่นใจไปทางนั้นทันที… ร้านอยู่ข้างๆแบงค์กรุงไทยเลย คนเยอะมากๆ เต็มทุกโต๊ะ… ไอ้เราก็ไปยืนรอเงอะๆงะๆอยู่ จนเค้าถามว่ามากี่คน… แล้วก็ให้ไปนั่งแจมโต๊ะคนอื่น ที่มีที่ว่าง 2 คนพอดี

ได้ที่ก็สั่งตามที่ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่าจะลองทั้ง ขาหมู และ เกาเหลา… ก็เลยสั่ง เกาเหลาทุกอย่าง 1 ขาหมูทุกอย่าง 1 และข้าวเปล่า 2 ที่… ทุกอย่างมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว เกาเหลาหน้าตาธรรมดา แต่เลือดก็ชิ้นโตอยู่ ส่วนขาหมูมันหน้าตาฟินมากกก!!! จากสายตาดูก็รู้ว่านุ่มมาก (ลองถอยขึ้นไปดูรูปอีกทีได้)

สำหรับรสชาติ เอา “เกาเหลา” ก่อนละกันนะ เครื่องในสะอาดไม่คาว แต่ก็ธรรมดา น้ำซุปอร่อย แต่รู้สึกเหมือนชูรสจะเยอะไปนิด (ทั้งสองคนคอแห้งเหมือนกัน ส่วนผมลิ้นชานิดๆ ซดน้ำไปเยอะทีเดียว) ตัวพระเอกของเมนูนี้ก็คือ “หมูเด้ง” ครับ อร่อย แปลกลิ้นดี เป็นหมูเด้งที่มีรสชาติระหว่างขนมจีบและหมูเด้งที่ใส่ในโจ๊กเจ้าอร่อยๆ เนื้อละเอียดจนบางคำก็นึกถึงลูกชิ้นหมู… ทีเด็ดเลย แนะนำๆ

สำหรับ “ขาหมู” รสกลมกล่อมนะ อมหวานนิดๆไม่มากเท่าไหร่ คนไม่ชอบหวานอย่างผมโอเคเลย ทุกอย่างละลายในปากนะ แม้กระทั่งไส้!!! ทานกับพริกน้ำส้ม กระเทียมและพริกขี้หนูสด นะ… สวรรค์ชั้น 7 เลย

ทานไปเรื่อยๆ จู่เจ้านนท์ก็หยุดทาน ข้าวยังเหลืออยู่เพียบ เราก็เลยถามว่าอิ่มมาจากข้าวเหนียวหรอ… ปรากฏว่าไม่ไช่ น้องมันไม่ทานเครื่องใน ผมก็กวาดสายตาไป จานขาหมูก็เหลือแต่ไส้ ส่วนเกาเหลาก็เหลือแต่เลือดและเครื่องใน หมูเด้งเค้าใส่มา 3 ลูกมั้ง ไม่เหลือแล้ว…  แล้วก็ไม่บอกกัน ด้วยที่ทั้ง 2 คนลงความเห็นว่า “หมูเด้ง” อร่อยโดนใจ ก็เลยสั่งเกาเหลาเบิ้ลมา… คราวนี้เอาหมูเด้งล้วน ฟินกันสุดๆไปเลย!!!!

เห็นตึกสวยต้องแชะไว้ซักหน่อย

 

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็เดินไปที่ป้อมตำรวจท่องเที่ยว เพื่อหาข้อมูลในการ  improvise หรือด้นสดกันวันนี้ เพราะไม่ได้โปรแกรมอะไรมา กะมาหาเอาดาบหน้า เพราะตามแพลนที่วางไว้อีกทีนึงก็เข้าที่พัก พักผ่อน แล้วหาที่ใกล้ที่พักแล้วค่อยร่อนกัน… ได้แผนที่มา แล้วก็ตกลงจนหาข้อสรุปว่า จะไปดูคลองที่ตลาดอัมพวา ที่เค้าว่าว่าน้ำเหือดแห้งกัน แล้วค่อยย้อนกลับมาขึ้นรถไป ดำเนินสะดวกจากที่นี่

รถสองแถวจากแม่กลองไปอัมพวา

 

ทริปนี้วันแรก ก็ทั้งรถไฟ, เรือข้ามฟาก, รถตู้ แล้วก็มาถึงรถสองแถว แค่วันแรกก็สนุกสนานเลยทีเดียว… ป้าๆลุงๆที่ขึ้นรถมา แกรู้จักกันเม้าท์กันเพลินเลย เค้าคุยกันเรื่องตาลุงคนขับรถสองแถวที่เพิ่งเสียไป (ไม่ใช่คันนี้นะ!!! ) แกเป็นเพลย์บอย ฟันสาวไปเรื่อย (ขอเดาว่า ไอ้สาวนี่ น่าจะรุ่นๆแกกับคนที่คุยนะ ดูจากสายตาก็น่าจะมี 60 – 70 ขึ้นนะ ) ไม่ได้แอบฟังน้าา มันได้ยินเอง…. แอบได้ยินคำสนทนาไม่นานก็ถึง “อัมพวา”

ตลาด

ตลาด

วันนี้เค้ามีงานไหว้อะไรกันพอดีก็เป็นโอกาสดี ได้ไปไหว้กับเค้าด้วย

เท่าที่ดูน้ำในคลองมีปกตินะ อาจจะน้อยไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงขนาดแห้งจนเห็นพื้นคลอง… คุยกับลุงที่นั่งสองแถวมาด้วยกันแกบอกจะลงสุดๆและแห้งแบบรูปที่เป็นข่าว ก็ต้องบ่ายๆหน่อย แต่ตอนนี้เพิ่งจะ 10โมงครึ่งเอง คงรอถ่ายรูปไม่ไหวร้อนมากๆ คิดว่าคงกลับแม่กลองแล้วไปที่พักก่อน อาบน้ำตากแอร์แล้วเย็นๆค่อยว่ากันใหม่… เอ้อ!!! เกือบลืม เรื่องน้ำในคลอง คุยกับลุงอีกคนเรื่องระดับน้ำ… เค้าบอกไม่แน่นอนต้องดูน้ำจากในเขื่อนอีกทีด้วย (แล้ว เขื่อนที่ว่ามันอยู่ตรงไหน เกี่ยวยังไง แกก็ไม่อธิบายอะไรนะ) สรุปว่าถึงเวลาก็มีน้ำในคลองแหละ

ตลาด

เดินมากันจนเหนื่อย เห็นร้านกาแฟโบราณ ก็เลยพักทานน้ำเย็นกันหน่อย… เจ้านนท์เค้าสั่ง ชาเย็นใส่นม ส่วนผมขอเป็นแฟนต้าน้ำส้ม เย็นๆซ่าๆดีกว่า ค่อยชื่นใจหน่อย

ความโชคดีก็มี สลับกับโชคร้ายที่ตกรถขนถ่าย ต้องย้อนมาขึ้นรถตู้… คือว่า 2 หนุ่มเอ๋อที่กำลังจะเดินไปยืนตากแดดรอสองแถว (ซึ่งน่าจะนาน) เพิ่อนั่งย้อนไปแม่กลองเพื่อขึ้นรถไปดำเนินสะดวก… ดันเดินดุ่มๆ มั่วๆ ผ่านวินรถตู้พอดี คุยไปคุยมา เค้าก็เลยโทรไปเช็คให้ พอดีจะมีรถที่จะไปดำเนินสะดวกผ่านมาพอดี ก็โชคดีไป… ไม่ต้องย้อนไปมา ค่ารถก็แค่คนละ 20 บาทเท่านั้น!!!

พอได้ขึ้นรถตู้ ผม 2 คนก็กลายเป็นคนต่างชาติทันที เพราะในรถมีแต่ชาวจีนเลย (แต่เป็นจีนวัยรุ่นนะ ไม่ใช่แบบทัวร์จีนที่เป็นข่าวกัน)…  ไม่นานเท่าไหร่ก็ถึงที่หมาย (มั้ง????) เพราะอยู่ๆรถก็มาจอดที่ไหนซักที่ ดูคล้ายทางเข้าอะไรซักอย่าง ไอ้เราก็นึกว่าเป็นทางเข้าตลาด เพราะมีคนแห่ลงกันเกือบหมดรถเลย… ดังนั้น 2 หนุ่มทำหน้าเอ๋อๆ แล้วโดดตามเค้าไปทันที!!!!

พอเท้าแตะพื้นปุ๊ป ก็ถูกรุมต้อนทันที มีทั้งป้าแก่ๆ สาวๆหน่อยก็มี แต่ลักษณะที่เหมือนกันและโดดเด่นคือ ทั้งชวน ทั้งลาก!!! ให้ไปขึ้นเรือ ทัวร์ชมคลองและตลาดดำเนินสะดวก ตื๋อมากๆ เราก็เดินเข้าไปงงๆ พวกคนจีนงงยิ่งกว่า บางกลุ่มเหมือนรู้อยู่แล้วก็ลงเรือไป บางคู่ไม่สนใจ อาจเพราะราคา ก็พยายามจะเดินหนี…  800  บาทครับ!!!!  ค่านั่งเรือ จะกี่คนก็ 800… ไม่น่าสนใจเลย ผมก็ถามทางไปตาลหลวงรีสอร์ท ป้าแกก็รบเร้า ” ให้ลงเรือก่อน แล้วค่อยไปที่พัก ” ไอ้ผมก็ปฏิเสธ บอกมีสัมภาระเยอะ จะเอาไปเก็บก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน แกก็ยังจะลากให้ลงเรืออยู่ท่าเดียว!!!

มีลุงคนนึงนั่งอยู่แถวนั้น เอ่ยมาด้วยความเป็นมิตร  ” อ้าว…คนไทยหรอ… เชื่อดิ ลงเรือเลย เดี๋ยวคิด 600 ก็พอคนไทย “ โอโห น้ำเสียงที่แรก ก็คิดว่าจะช่วยเหลือ ที่ไหนได้ ขายของแบบเนียนๆ ขนาดเราแกล้งบอกว่า เดี๋ยวเก็บของแล้วมา ให้ราคานี้ด้วยนะ…  เหมือนรู้ทัน แกบอกลงไปเลย เดี๋ยวเที่ยวชมเสร็จแล้วให้เรือไปส่ง… แหนะ!!! จะให้ลงท่าเดียว แต่เล่าก็ยืนยันที่จะไม่ลงเช่นกัน แล้วรีบเดินหนีออกไปโดยไม่ฟังเสียงรั้งใดๆ แล้วก็มี 2 หนุ่มสาวชาวจีนเดินหนีตามมาติดๆ

ขณะที่เดินหนีไปทางถนน เหลือบเห็น Taxi เลยเดินไปถามซักหน่อย ว่าไปตาลหลวงรีสอร์ทเท่าไหร่ คำตอบก็คือ 150 บาท เล่นเอาพวกผมหน้าหงายเดินหนีแทบไม่ทัน… สุดท้ายก็เดินจนออกถนน ขณะที่ถามทางว่า จะต้องเลี้ยว ขวาหรือซ้าย สรุปว่าต้องเลี้ยวขวานะ แต่ชาวจีนคู่นั้นโดนตื้อถึงริมถนนเลย พอดีมีรถสองแถวผ่านมา คนจีน 2 คนนั้นก็คงจะขึ้นแหละ เห็นมองอยู่… แต่ก็โดยตะโกนไล่เสียงดังสนั่น จนต้องเร่งรถเลยไป ทั้งๆที่กำลังจะจอด… ชาวจีนคู่นั้นได้แต่มองตาละห้อย…  จริงๆผมก็รู้ทิศแล้วว่าจะต้องไปทางไหน แต่ก็สะกิดเจ้านนท์ให้รอกันก่อน เผื่อมีอะไรช่วยเค้าได้บ้าง…  สรุปยังไงๆคู่นั้นก็ไม่ไป แต่ก็จะต้องเดินไปทางซ้ายเอง เพราะรถโดนไล่ไปซะแล้ว…  เฮ้อ เสียชื่อเสียงเมืองไทยจริงๆ

หลังจากที่โชคดีได้มอเตอร์ไซต์วินมาส่งจากการถามทาง… คันละ 20 บาท รวมแล้วเป็น 40 บาท (เหอะๆ taxi เรียกซะ 150!!!) พวกผมก็มาถึง “ ตาลหลวงรีสอร์ท ” ทีพักของคืนนี้… ห้องพักยังว่างทุกห้องเลย เลือกกันได้สบาย… มีห้อง 600  บาท กับ 800 บาท ขนาดและทุกอย่างเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ “วิวติดน้ำ”… แน่นอนว่าพวกผมเลือก 600 บาท เพราะห้องแทบไม่แตกต่าง

ห้องที่นี่ก็สะอาดใช้ได้ เตียงไม่แข็ง และที่ถูกใจคือหมอน 4 ใบ!!!  ผ้าเช็ดตัวก็มีการพับเป็นดอกไม้ไว้ซะเก๋เกินราคา… ถือว่าโอเคเลย เสียอย่างเดียวห้องที่ผมเลือกติดถนนเลย พอรถแล่นผ่านที ห้องนี่ขย่มเลย… และตอนบ่ายๆก็มีเสียงกวนจากเรือยนต์บ้างไม่มาก

ถึงเวลามื้อเที่ยง หลังจากตากแอร์แต่งรูป ลง face กันเสร็จ… ทีแรกแพลนว่าจะไปทานอีกที่นึง แต่ไปไม่สะดวก ต้องนั่งมอเตอร์ไซต์ไป 8 กิโล… พี่ที่ดูแลที่พักก็แนะนำร้านใกล้ๆนี้ให้ อยู่ใกล้ๆตาลหลวงรีสอร์ท (ที่พัก) เลย เดินออกไปเลี้ยวขวา ข้ามคลองโรงหมูไปก็เจอแล้ว หลังคาสีฟ้าๆ เป็นร้านข้างทางง่ายๆนะ ไม่มีป้ายชื่อ มีแต่ป้ายบอกว่าขายอะไรบ้าง

ใกล้ๆ ก็มีคล้ายที่ฝึกช้างหรือที่พักของช้างอยู่นะ เดินไปดูนิดหน่อยแล้วก็มากินก๋วยเตี๋ยวดีกว่า… ดูเมนู ก๋วยเตี๋ยวขาหมู ก็น่าสนใจ ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงก็น่าสนใจ… เลยถามพี่คนขายซะหน่อย พี่คนขายเค้าก็อธิบายว่า ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง คนกรุงเทพจะคิดว่าเป็นเย็นตาโฟ!!! แต่ไม่ใช่ จริงๆมันคือ การใส่ “เต้าหู้ยี้” และก๋วยเตี๋ยวใส่ถั่วลิสงด้วย…

ผมก็เลยขอสั่งเป็น “เส้นเล็กขาหมูน้ำแดง” เป็นการผสมผสานระหว่าง 2 สายพันธุ์เมนู… พี่เค้าก็ทำให้  หน้าตาก๋วยเตี๋ยวมันอู้ฟู่มากเมื่อเทียบกับราคา รสชาติอร่อย มีปลายๆคล้ายๆสุกี้ที่เป็นชามๆ คงมาจากเต้าหู้ยี้…  น้ำขลั่กๆ ขลุกขลิก นัวๆ นวลๆ ทานกับเนื้อขาหมูแน่นๆ ใช้ได้เลย (แต่แอบคิดว่าถ้าได้หนัง ได้คากิด้วยนะ ไม่อยากจะคิด) ขาหมูเพียบๆ แค่ 30 บาท!!! ถูกมั่กมาก

มีขอติดนิดนึง พอดีตอนไปทาน… ไม่มีคนร้านเค้าก็เลยไม่ได้เร่งไฟ พอพวกผมไปทานก็เลยเร่งไฟไม่ทันน้ำเลยไม่ร้อนมาก ก็เลยขาดอรรถรสไปนิดนึง… แต่ปกติร้านเค้าก็เสิร์ฟร้อนๆนะ ถ้ามาลองก็เน้นเค้าว่าน้ำซุปร้อนๆได้ เพราะพี่ผู้ชายกับพี่ผู้หญิงเค้าใจดี คุยสนุกด้วย อารมณ์ดี

หลังจากที่อิ่มนิดๆแล้ว ก็ไปเอนๆนวดกันซักหน่อย… เพราะราคาน่าสนใจมั่กมาก ชั่วโมงละ 120 บาทเอง ก็เลยว่าจะไปนวดซักชั่วโมง แล้วค่อยคิดว่าจะออกไปไหน เหลือจะชิวกันแถวนี้…  อ่านถึงตรงนี้แล้วห้ามข้ามเลยนะ เพราะอันตรายจริงๆ อ่านต่อหน่อย เพราะสรุปแล้วโดนไปคนละ  350 บาท !!!  ตอนบิลมาได้ยินว่า 250 บาทปุ๊ป ผมถึงขนาดอุทานในใจเลย “ฉิบหาย!!!  ไหนบอก 120 บาทวะ” ปรากฏว่า นวดไปชั่วโมงกับ 10 นาที!!!  แต่คิด 2 ชั่วโมง อีก 10 บาท ค่าผ่าเย็น…. แถมโดนไถ่ทิปอีก เรียกไถ่เลย…. เพราะจิกมาก เจ้านนท์เค้าให้ ไอ้เราก็โดนทวง พอเราควักแบงค์ 20 ก็มีเสียงทักท้วงว่าทางนั้นเค้าให้ 100 บาทนะ…  เราเลยย้อยถามว่า ต้องให้ด้วยหรอ… ก็โดนย้อนกลับมาว่า แล้วพี่นวดไม่ดีหรอ… เราได้แต่อึ้งๆ คิดในใจว่าพลาดซะแล้ว… พร้อมควักไปอีก 100 บาท ToT

เดินออกมาจากร้าน จับหัวหน่อย รู้สึกเหมือนโดนตีหัวมาหมาดๆ เจ็บจี๊ดๆ เตือนนะ ก่อนเข้าก็คุยให้ดี แต่แนะนำว่าอย่าดีกว่า !!!!

หลังจากที่ซมซาน หัวแตกเลือดอาบกันมาแล้วก็เข้ามาพักเช็ดเลือดกันในห้อง พร้อมวางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย… แล้วก็จิบเบียร์กันซักนิด ก่อนไปทานข้าวเย็นในร้านอาหารด้านหลังของรีสอร์ท… เป็นร้านแบบมีนักร้อง ร้องเพลงกับ Karaoke และมีคิวให้ทุกโต๊ะได้สลับกันร้องเพลงด้วย…  แนะนำนะ เป็นอีกบรรยากาศนึง เดี๋ยวนี้ในกรุงก็ไม่ค่อยมีแล้ว แถมอาหารอร่อยมาก !!!  แต่ไม่มีรูปเพราะร้านมึดและไม่ได้พกกล้องไป เมนูที่สั่งก็มี เอ็นข้อไก่, แหนมซี่โครง, หมูมะนาวและทอดมันปลา… สำหรับผมขอแนะนำว่า เอ็นข้อไก่และทอดมันปลา  ห้าามพลาด

รวมค่าใช้จ่ายวันแรกของทริปนี้

ค่า Taxi จากป้ายรถเมล์สามย่านไปสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่  75 บาท
ค่าเรือข้ามฟากจาก มหาชัย ไป ท่าฉลอม  3 บาท
ค่าเรือข้ามฟากกลับจาก ท่าฉลอม มา มหาชัย  3 บาท
ค่ารถตู้จาก มหาชัย ไป แม่กลอง  30 บาท
มื้อเช้าเกาเหลากรุงไทย แถวตลาดร่มหุบ  60 บาท
รถสองแถวจากแม่กลองไปตลาดน้ำอัมพวา  8 บาท
น้ำอัดลม ที่วินรถตู้  20 บาท
รถตู้จากอัมพวา ไป ดำเนินสะดวก  20 บาท
มอเตอร์ไซต์จากท่าเรือเซียง ไปที่พัก ตาลหลวงรีสอร์ท  20 บาท
ที่พักตาลหลวงรีสอร์ท หาร 2    300 (600) บาท
ก๋วยเตี๋ยวขาหมูน้ำแดง ใกล้ๆที่พัก   30 บาท
นวดแผนโบราณ 2 ชั่วโมง   240 บาท
อาหารเย็น พร้อมจิบเบียร์กันนิดๆ 300 บาท

รวมค่าใช่จ่าย วันแรกเป็นเงิน  1076 บาท (ต่อคนนะ ถ้ารวมก็ต้องคูณ 2 ด้วย)

วันนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสนุกเกี่ยวกับการเดินทางนะ ที่เที่ยวยังไม่เท่าไหร่ อาหารถือว่าอร่อยใช้ได้ทุกมื้อ ถ้าให้เลือกเด่นสุด ก็คงต้องเป็น “เกาเหลากรุงไทย” นะ…  สำหรับการ Backpack ครั้งแรกในชีวิต ถือว่าไม่ยากเกินไปและมีเหตุการณ์ อุปสรรค ให้สนุก พออร่อยกับวันแรกของทริปเลย

ส่วนใครชอบอ่าน Blog นี้ ตามมาพูดคุยกันได้ที่ fanpage ของผมเลยนะคับ Link อยู่ด้านล่างนี้แล้ว

Chef ขี้แย

ติดตามเรื่องสนุกๆ รีวิวร้านอาหาร ที่พัก ที่เที่ยว ของวันอื่นๆได้ตาม Link ด้านล่างนี้เลย

(Day 2) เช้าที่ดำเนินสะดวก – แวะค่ายบางกุ้ง – มุ่งสู่บางน้อย

(Day 2) วันธรรมดาใน บางน้อย เงียบแต่ไม่เหงา

(Day 3) วันส่งท้าย!!! 1 วัน 3 ตลาด (รูปเยอะมาก)

Comments

comments

About author View all posts Author website

Chef ขี้แย

blog นี้เกิดจาก การตกบันไดพลอยกระโจนของผม เริ่มจากการชอบเขียน status ใน fb เล่าเรื่องราวต่างๆ ยิ่งเล่า ยิ่งสนุก คราวนี้เลยกึ่งย่อง กึ่งกระโดด ทำเป็นรูปแแบบมากขึ้น อ่านแล้วก็ติบ้าง ชมบ้างกันนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!