Chef ขี้แย

“ผจญภัยใต้พิภพลำตะคอง”

 

หลังจากรองท้องกันอิ่มพอสมควรจาก “สวนเมืองพร” มีพลังเตรียมร่างกายพร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ใต้พิภพ
ไฮไลท์ของงานนี้เลย ออกจากสวนเมืองพรเดินทางไม่นานก็ถึงที่หมาย “ฟ้ามึด”พอดี เป็นอีกเหตุผลนึงที่
ทางทีมงานกฟผ. เลือกเวลานี้เข้าเยี่ยมชมอุโมงค์ก็คือ “การปรับสายตากับแสงสว่าง” ตอนที่ออกจากอุโมงค์

เพราะถ้าขณะที่กลับออกมาจากอุโมงค์ ถ้าเป็นเวลาที่แสงสว่างยังแรงอยู่ อาจทำให้สายตาพร่าหรือเวียนหัวได้
เป็น ความใส่ใจ ที่มีต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาก ทั้งเรื่องความปลอดภัยขณะเข้าเยี่ยมชม
ก็ถูกเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ไม่ว่าอุปกรณ์ป้องกัน หยูกยา ยาดม ยาลม มีให้พร้อม… นอกจากนั้นวิทยากร
ยังเน้นเรื่องวิธีใช้หมวกนิรภัยใช้ถูกต้อง โดยเฉพาะการใส่สายคาดที่คางด้วย ไม่ใช้แค่ให้ใส่เล่นกิ๊บเก๋เท่านั้น

โรงไฟฟ้า

 

ความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถ ทุกคนสวมหมวกนิรภัยเตรียมพร้อมผจญภัย
การเข้าเยี่ยมชมในอุโมงค์จะทยอยกันเข้าไปเป็นกลุ่มๆ 4 กลุ่ม โดยจะมีวิทยากรคอยบรรยาย
พร้อมกับ staff ที่ตามดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน

 

โรงไฟฟ้า

สีม่วงพร้อม !!!!!!

 

 

ก่อนการเดินทางสู่อุโมงค์ใต้ดินที่มีความยาวถึง 1,430 เมตร ใต้ถนนมิตรภาพ ก็มารับฟัง
กฏ กติกา ในการเข้าชมอุโมงค์อีกครั้ง และที่เน้นเป้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “ความปลอดภัย”

สิ่งที่รอเราอยู่ด้านล่างก็คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบสูบกลับ 2 เครื่อง กำลังการผลิตเครื่องละ 250 เมกะวัตต์
รวมเป็น 500 เมกะวัตต์ ซึ่งเร็วๆนี้จะติดตั้งเพิ่มอีก 2 เครื่อง จะทำให้มีกำลังการผลิตถึง 1,000 เมกะวัตต์
ก็จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดในประเทศไทย….

ส่วนความปลอดภัยเกี่ยวกับการสั่นสะเทีอนหากเกิดแผ่นดินไหว ไม่ต้องห่วงเลยครับ
เพราะที่นี่ทนแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 7 ริคเตอร์กว่าๆ (จำจุดทศนิยมด้านหลังไม่ได้)
ที่สำคัญที่ตั้งของ โรงงานไฟฟ้านี้ก็ไม่ได้อยู่ในแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว

 

 

จริงๆระหว่างทางเดินปกติจะมีไฟส่องสว่างนะครับ จะเปิดดวงเว้นดวง ให้แสงสว่าง
ที่พอเพียงเลยครับ แต่วันนี้เพื่อความตื่นเต้นและได้บรรยากาศทางทีมงานเลยปิดไฟ

หลังจากที่ไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ปกปักรักษาสถานที่นี้ ให้ช่วยปกป้องคุ้มครองให้
ทุกคนปลอดภัยกับการเยี่ยมชมเชิงผจญภัยครั้งนี้ ด้วยความมึดและทางที่เดินลงที่มี
ความลาดลง 15 องศา มีเพียงแสงสว่างจากหมวกนิรภัยของแต่ละคน ทำให้ต้อง
ค่อยๆเดินเกาะกลุ่มกันไป บรรยากาศเหมือนกำลังมุ่งสู่ถ้ำลึกลับที่ซ่อนขุมสมบัติ หรือ
ที่ซ่อนตัวของสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว ลึกลับ กำลังหลับไหลอย่างสงบอยู่ก้นบึ้งของถ้ำ

เล่าซะเป็นฉากหนังสยองขวัญเลย 55+ จริงไม่มีอันตรายอะไรครับ จะมีก็สะดุดขาล้ม
เองนี่แหละ ความปลอดภัยที่มีค่อนข้างสูง Over Standard!!!!

สิ่งที่สังเกตูเห็นตั้งแต่เข้ามาคือ บนเพดานจะมีตะแกรงเหล็กคอยกันเศษหินที่จะตกลงมา
และจะมีป้ายบอกระยะทางและความลึกเป็นระยะๆ ส่วนกำแพงด้านข้างก็เป็นหินทราย
เพราะหินทรายเมื่อแห้งสนิทก็จะมีความแข็งแกร่งมาก…

 

ขอบคุณรูปจากคุณ “เมเม่พาชิม” ด้วยนะครับ www.maymey.com

 

เข้าไป ลึกลงไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นรูขนาดใหญ่ประมาณห้องเล็กๆ ถึงโถงขนาดใหญ่ซึ่งเป็น
จุดหลบระเบิดและเก็บอุปกรณ์ของพนักงานขุดเจาะอุโมงค์

 

 

เดินต่อไปเรื่อยๆจะสังเกตูได้ว่าตะแกรงบนเพดานที่เคยมีในช่วงแรกได้หายไปแล้ว
จะเห็นเป็นหมุดเหล็กยึดแทน ใต้พื้นที่เราเดินอยู่ ลงไปก็จะมีอุโมงค์ส่งน้ำขนาดเท่าๆ
กับอุโมงค์นี้อีก 2 อุโมงค์สำหรับส่งน้ำ

 

 

ถึงกลางทาง ก็จะมีรถพยาบาลและคุณพยาบาลสุดสวยคอย stand by พร้อมดูแลเหตูฉุกเฉิน
แต่ก็ไม่มีผู้ร่วมเดินทางคนไหนเป็นอะไร มีแต่ผมที่เห็นคุณพยาบาล แล้วอยากจะป่วยซักหน่อยนึง

 

พญานาค

พญานาคในตำนานความเชื่อ

 

เดินมากันจนถึงจุดนึง ทุกกลุ่มก็หยุดรอพร้อมกันจนครบทุกกลุ่ม ทุกคนกำลังสงสัยว่า
เอ…นี่ให้เรามาหยุดรออะไรกันนะเนี่ย จากนั้นวิทยากรก็ประกาศให้ทุกคนปิดไฟบนหมวก
มาถึงตอนนี้ทุกอย่างก็อยู่ในความมึด จะมีก็แต่แสงสีเสียงเขียวสลัวๆ พอให้ได้เห็นลางๆ
เสียงพูดคุยไถ่ถามกันด้วยความสงสัยเริ่มอื้ออึง…

พักเดียวแสงสว่างที่เหลือเพียงน้อยนิดก็ดับลงอย่างฉับพลัน เสียงพูดคุยเงียบลงทันที
พร้อมมีเสียงดังกระหึ่มขึ้นมา และมีภาพสว่างขึ้นข้างกำแพง เสียงบรรยายก็เริ่มดังขึ้นมา
เป็นการฉายวิดีทัศน์ขึ้นบนกำแพงนั่นเอง… เรื่องที่เล่าก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่มาของ
การสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ และความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ว่ากันว่าแถวนี้เป็นถิ่นที่อยู่
ของพญานาค เชื่อกันว่าการขุดเจาะ ระเบิดอุโมงค์ทำให้เกิดเสียงและการสั่นสะเทือน
รบกวนพญานาค ทำให้การเดินเครื่องไม่ประสบความสำเร็จ จนต้องมีการทำพิธี
กราบไหว้ ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธ์เพื่อให้การก่อสร้างและเปิดใช้งานประสบความสำเร็จ

 

โรงไฟฟ้าใต้ดิน

 

หลังจากที่ได้รับชม รับฟัง เรื่องราวความเชื่อ และความยากลำบากในการก่อสร้างจบแล้ว
ไฟก็สว่างขึ้นมาเป็นปกติ เดินไปอีกไม่ไกลก็จะพบคณะของทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต…
โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ท่านผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
มากล่าวต้อนรับผู้ร่วมทริปทุกคนเข้าสู่โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนาและเปิดงาน

แอบทราบมาว่าท่านให้ความสำคัญกับงานครั้งนี้มาก ถึงขนาดขับรถมา 8 ชั่วโมงเพื่อเปิดงานเลย

 

โรงไฟฟ้า

ท่านผุ้ว่าการไฟฟ้าให้เกียรติถ่ายรูปร่วมกับผู้ร่วมกิจกรรม

 

หลังจากที่เดินทางผ่านความตื่นเต้นของการเดินลงอุโมงค์ลงใต้ดินด้วยระยะทาง 1,430 เมตร
เหงื่อกำลังซึมนิดๆ ก็เข้าสู่โรงไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่ลึกจากผิวดินถึง 350 เมตร มีขนาดกว้าง 23 เมตร
ยาว 175 เมตร สูงถึง 47 เมตร โอ่งโถงพอสมควร อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งภายในโรงไฟฟ้า
จะติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 250 เมกะวัตต์ รวม 4 เครื่อง เปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2 เครื่อง

 

จากนั้นก็ได้รับฟังการบรรยายถึงระบบการทำงานของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ โดยมีจอ Graphic ขนาดใหญ่
แสดงภาพตัดของการทำงานโรงไฟฟ้าและอุโมงค์ต่างๆให้ดูประกอบคำบรรยาย ทำให้มีความเข้าใจได้ง่ายขึ้น…

 

ก่อนที่จะเล่าถึงการทำงานของโรงไฟฟ้า ต้องบอกว่าตกใจมากที่รู้ว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้ไม่มีคนคอยสั่งการที่นี่
จะใช้เป็น Operator กด remote control สั่งการจากทางขอนแก่น ซึ่งห่างจากที่นี่ถึง 300 กิโลเมตร
ทำงานกัน 2 คนต่อ 1 กะ กะละ 8 ชั่วโมงมี 3 กะต่อ 1 วัน… แต่ก็จะมีพนักงานคอยดูแลเผื่อเกิดเหตูการณ์
ฉุกเฉินใน case ที่ไม่สามารถสั่งการเปิดเครื่องจากทางรีโมทได้ และคอยตรวจเช็คเครื่องจักร อุปกรณ์ต่างๆ

 

 

โรงไฟฟ้าแบบนี้ถูกสร้างบนพื้นฐานความคิดในการจัดการกระแสไฟฟ้าส่วนเกิน เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าเสริมระบบ
ในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด โดยการนำพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ เพราะโดยปกติการใช้ไฟฟ้า
ในช่วงกลางคืนที่ค่อนดึกไปแล้วจะมีการใช้ไฟฟ้าลดลง แต่กำลังการผลิตไฟฟ้ายังคงเท่าเดิม
ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าไปอย่างสิ้นเปลือง โรงไฟฟ้า”พลังงานน้ำแบบสูบน้ำกลับ” เป็น
โรงไฟฟ้าที่มีอ่างเก็บน้ำสองส่วนคืออ่างเก็บน้ำส่วนบน (upper reservoir) และอ่างเก็บน้ำส่วนล่าง
(lower reservoir)
น้ำจะถูกปล่อยจากอ่างเก็บน้ำส่วนบนลงมาเพื่อหมุนกังหันและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
เมื่อต้องการผลิตไฟฟ้า ดังแสดงในภาพด้านล่าง

 

ภาพตัดแสดงการทำงาน

ขอขอบคุณรูปจากทาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

 

ในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำหรือน้อยลง ระบบมาใช้สูบน้ำจำนวนหนึ่งที่มีอยู่ใน
อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองเดิม (ของกรมชลประทาน) โดยจะใช้ไฟฟ้าที่เหลือจ่ายให้กับปั๊มน้ำขนาดใหญ่
ที่ติดตั้งอยู่ในอ่างเก็บน้ำส่วนล่าง เพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำส่วนล่างนี้กลับขึ้นไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำด้านบน
(กฟผ.สร้างขึ้นใหม่) เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า และเมื่อมีความต้องการไฟฟ้ามากในช่วงหัวค่ำ
ก็จะปล่อยน้ำจำนวนเดียวกันนี้ให้ไหลผ่านกังหันน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าและกลับคืนลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองตามเดิม

 

 

คลิปจาก youtube แสดง animation การทำงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ดูแล้วก็เข้าใจง่ายขึ้น

 

หลักการทำงานของ “โรงงานไฟฟ้าพลังงน้ำแบบสูบกลับ, (Pumped Storage Plant)”

ข้อดี

  1. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อเชื้อเพลิงตลอดอายุโครงการ นอกจากใช้เงินลงทุนก่อสร้าง
    ในครั้งแรกเท่านั้น เนื่องจากใช้น้ำธรรมชาติเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า
  2. ช่วยลดปริมาณก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังความร้อน จากเชื้อเพลิงฟอสซิล
  3. โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่มีขีดความสามารถสูงในการรักษาความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้าของประเทศ
    เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำสามารถเดินเครื่องและเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ภายในเวลาเพียง 4-5 นาที เท่านั้น
    ขณะที่โรงไฟฟ้าทั่วไปต้องใช้เวลาเริ่มเดินเครื่องกว่า 2-4 ชั่วโมง กฟผ. จึงเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
    สำหรับรองรับช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าสูงสุด Peak) ในแต่ละวัน และใช้เป็นกำลังผลิต
    สำรองไว้รองรับเหตุการณ์ ต่าง ๆ เช่น สายไฟฟ้าขาด เป็นต้น

ข้อจำกัด

  1. ไม่สามารถเดินเครื่องได้ตลอดเวลา เพราะขึ้นกับปริมาณน้ำในเขื่อนและนอกเขื่อน
    การผลิตไฟฟ้าจะดำเนินการได้ในช่วงที่สามารถปล่อยน้ำออกจากเขื่อนได้เท่านั้น
  2. การก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศไทยมีข้อจำกัด เนื่องจากอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่
    จะทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน พื้นที่เกษตรกรรม โบราณสถาน
    หรือถ้าเป็นบริเวณป่า ก็จะกระทบต่อสัตว์ป่า และทรัพยากรป่าไม้ จึงไม่สามารถขยายการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำได้

 

 

ถ่ายภาพกับ พี่ไข่, ไขสิล หทโยดม พนักงานแผนกมวลขนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าชลภาวัฒนา
พี่ไข่เป็นวิทยากรประจำกลุ่มสีม่วง หรือกลุ่มที่ 2 พี่เค้าเป็นกันเองมากและให้ความรู้ เรื่องน่าสนใจ แถม
ยังมีมุขฮา หยอดมาเป็นระยะๆอีกต่างหาก

 

 

หลังจากฟังบรรยายเป็นที่เรียบร้อย ก็เป็นเวลาเดินชมและถ่ายรูป ก่อนกลับขึ้นสู่พื้นพิภพ
ก็ขอแชะภาพกับ ก๊อกหรือวาล์วน้ำขนาดที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมาซะหน่อย…

ถือว่าเป็นไฮไลท์ของงาน EGAT UNSEEN EXPLORE ที่ตื่นตา ตื่นใจ
และทำให้ตระหนักถึงความยากลำบากของการผลิตไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน!!!!

โปรแกรมต่อไป Dinner และ Mini Concert ของว่าน ธนกฤต

Chef ขี้แย

ขอขอบคุณที่มาของ เนื้อหาและสถิติบางส่วนจาก www.egat.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้าประเทศไทย… ไฟดับ

About author View all posts Author website

Fatal error: Allowed memory size of 134217728 bytes exhausted (tried to allocate 4591106 bytes) in /home/crybaby/domains/chefcrybaby.com/public_html/wp-includes/wp-db.php on line 2066