Chef ขี้แย

เคยตั้งคำถามกับตัวเอง ว่ามันจะเป็นยังไง? ถ้าหากไฟดับทั้งกรุงเทพหรือทั้งประเทศไทย….
คงวุ่นวายพิลึก ทุกอย่างคงหยุดหมด โทรศัพท์ smartphone คงเป็นได้แค่ไฟฉาย
ในตอนกลางคืน ถ้ามองในมุมสูงคงเห็นไฟจาก ไฟฉาย, ไฟจากโทรศัพท์, ไฟหน้ารถ
เป็นเหมือนหิ่งห้อยน้อยๆ ที่สำคัญถ้าดับเป็นวันๆ เป็นอาทิตย์ๆ บรรดาไฟจากแหล่งที่กล่าวมา
คงน้อยลงไปเรื่อยๆ และอาจมีไฟจากแสงเทียนมาแทนที่

ตอนกลางวันก็คงมีหลายคนว่างงาน สิ่งบันเทิงต่างๆก็ไม่มี ไม่ว่าวิทยุ โทรทัศน์
แล้วจะทำอะไรกันดี… สำหรับคนอารมณ์ดี คงตอบแบบสนุกๆกันได้ว่า

“สมัยก่อนคนบ้านนอกที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง เค้าทำอะไรกัน ก็ทำแบบนั้นแหละ”

อัยย่ะ… ถ้าทำแบบนั้นจริง!!! เส้นกราฟประชากรเกิดใหม่คงพุ่งขึ้นพรวดๆ

จากที่เข้าไปศึกษาดูสถิติ ในเวปไซต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย WWW.EGAT.CO.TH ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 1,200 เมกะวัตต์ (เท่ากับ 1,200 ล้านวัตต์) ขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปีๆ แต่กำลังการผลิตกลับเท่าเดิม ถึงวันนึงมันก็คงไม่เพียงพอ…

ดังนั้นความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และเนื่องจากปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของประเทศเรานั้น มีการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติสูงถึงร้อยละ 70 รองลงมาได้แก่ลิกไนท์และถ่านหิน รวมประมาณร้อยละ 20 ที่เหลือเป็นพลังงานหมุนเวียนและการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

จากรูปภาพด้านบน จะเห็นได้ว่ากำลังการผลิตของกฟผ. มีไม่ถึง 50% และส่วนใหญ่ของพลังงานการผลิตไฟฟ้าก็มาจากพลังความร้อน และเนื่องจากปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากความร้อนที่ใช้ “เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ” ในสัดส่วนมากถึง ร้อยละ 70 โดยปริมาณส่วนใหญ่ที่ใช้มาจากแหล่งก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งปริมาณสำรองคาดว่าจะหมดไปในอีกประมาณ 20 ปีข้างหน้านี้ (เน้น 20 ปี) เป็นการคาดการณ์ แต่ก็คงไม่คลาดเคลื่อนเท่าไหร่…

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา วิกฤตเหตุการณ์การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซของสหภาพเมียนม่าร์ อ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย ทำให้ต้องลุ้นกันแทบตัวโก่ง เพราะมีหลายโรงงานไฟฟ้าไม่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ วิกฤตที่ไม่สามารถควบคุมความแน่นอนในการผลิตไฟฟ้าใช้จ่ายในประเทศตัวเองได้ จำต้องพึ่งประเทศเพื่อนบ้าน เป็นอีก 1 เรื่องที่น่าเป็นห่วง เหมือนการยืมจมูกเค้าหายใจ เมื่อไหร่เค้าไม่ให้ใช้ขึ้นมา ก็มีแต่จะขาดอากาศตาย

จึงความจำเป็นที่ต้องรีบแสวงหาแหล่งเชื้อเพลิงหลักอื่นๆ มาทดแทนโดยเร็ว เพราะการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่นั้น ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ไม่น้อยกว่า 6-7 ปี

แอบไปอ่านบทความต่างๆทั้งของไทยและเทศมาว่า พลังงานจากถ่านหิน ยังมีเหลือเฟือและราคาถูก แต่ความกังวล”เรื่องมลพิษ”และ”การขนส่ง” ทำให้ถูกต่อต้านอยู่ ขณะที่ปัญหาต่างๆจากถ่านหินกำลังได้รับการแก้ไขและมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆอยู่ตลอดเวลา เพื่อลดมลภาวะที่เกิดขึ้น

แต่ก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน Dilemma ระหว่าง “ความจำเป็นของพลังงาน” และ “การอนุรักษ์” รวมถึง “มลภาวะ”ดังนั้นพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อเสียอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

จากภาพ Graphic info ของทาง กฟผ. ด้านบนที่นำมาให้ดู… สามารถอธิบายได้ค่อนข้างชัดเจน
ถึงข้อดี ข้อเสียของ โรงงานผลิตไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ ทั้งพลังงานหลัก และ พลังงานหมุนเวียน

อุปสรรคใหญ่สำคัญของการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ของประเทศไทยก็คือ การต่อต้านและคัดค้านของชุมชนและประชาสังคมต่างๆโดยมีประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงและเป็นสาเหตุของการคัดค้าน คือ “เรื่องมลภาวะและการอนุรักษ์” ผลสรุปของการพูดคุยและเจรจาที่ส่วนใหญ่เห็นด้วยเหมือนกันคือ ก็คือต้องการให้ภาครัฐพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่
จากพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น และไม่ยอมรับการพัฒนาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักใดๆ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ไหนของประเทศ

พลังงานหมุนเวียนที่สามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าในบ้านเราส่วนใหญ่ ได้แก่พลังงานจากชีวมวล พลังน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม… ซึ่งมีข้อจำกัด เกี่ยวกับความไม่แน่นอนของแหล่งพลังงาน เช่น น้ำ แสงอาทิตย์ หรือลม ไม่สามารถให้กำลังผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอและต่อเนื่อง เช่นพลังงานลม สำหรับประเทศเราก็ไม่ใช่พื้นที่ที่มีลมแรงในระดับที่สร้างพลังงานไฟฟ้าได้มากมาย ฟังจากที่วิทยากรบรรยาย ความแรงของเราอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดที่สามารถสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้าได้… นอกจากนี้ ในปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนยังมีต้นทุนการผลิตที่สูงเช่น ไฟฟ้าจากพลังงานลมมีราคาหน่วยละประมาณ 6 บาท ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาประมาณหน่วยละ 8-10 บาท… ในขณะที่ปัจจุบันเราจ่ายค่าไฟฟ้าหน่วยละประมาณ 3.50 บาท
ดังนั้น อัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมและสภาวะเศรษฐกิจอีกต่างหาก

จากข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอนและต้นทุนการผลิตของแหล่งพลังงานสะอาด จึงทำได้เพียงเป็นพลังงานเสริมเสียมากกว่า

สุดท้ายนี้หลายๆคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “เรามองไม่เห็นอากาศ แต่เมื่อขาดมันไปถึงรู้ว่ามันสำคัญ”
เราหลายคนที่เกิดมาในยุคนี้ เกิดมาก็มีไฟฟ้าใช้แล้ว มีอยู่รอบตัว ตลอดเวลา จนชิน จนเข้าใจว่า
มันมีอยู่ตลอด… หลายๆคนอาจจะเข้าใจเมื่อเวลาที่ต้อง”จ่ายค่าไฟ” หรือมีประสบการณ์ “ถูกตัดไฟ” แต่พอมีเงินไปจ่าย… ไฟก็มา!!!

แต่ถ้าวันนึง…. มันหมด มันไม่มีขายแล้วล่ะ???

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตระหนักเรื่องนี้กัน อย่างน้อยสิ่งที่เราทุกคนสามารถช่วยกันได้ในทันที
ก็คือ “การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด” และช่วยกันส่งเสียง รณรงค์กันอย่างจริงจัง
เล่าเรื่องมาซักพักแล้ว ขอพิมพ์จบแค่นี้ละกัน จะช่วยประหยัด ปิดคอม ปิดไฟนอนก่อนนะครับ.

Chef ขี้แย

ขอขอบคุณที่มาของรูป เนื้อหาและสถิติบางส่วนจาก www.egat.co.th

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
เที่ยวอ่างเก็บน้ำมุดอุโมง
ตะลุยพิภพใต้ดิน

About author View all posts Author website

Fatal error: Allowed memory size of 134217728 bytes exhausted (tried to allocate 4591106 bytes) in /home/crybaby/domains/chefcrybaby.com/public_html/wp-includes/wp-db.php on line 2066