Chef ขี้แย

Amazing ไทยเท่ : ท่องเที่ยวแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับททท. นครนายก – ปราจีนบุรี

ททท. พาเที่ยว 2 เมืองรองแบบเกร๋ ๆ ทั้งชิมผลไม้ / ล่องแก่ง / ชมพิพิธภัณฑ์ และWork shop ทำยาดมกับอภัยภูเบศร : Amazing ไทยเท่

ก่อนออกเดินทางต้องมาถ่ายกับน้องสุขใจซะหน่อย

เช้าวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม มาถึงที่นัดหมายก่อนเวลานิดนึง… ได้กาแฟ 1 แก้ว และ ข้าวเหนียวหมูทอดที่ คุณอิม ผู้ประสานงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมเอาไว้ให้… ทำให้ตาสว่างและท้องอิ่ม สดชื่นพร้อมเดินทางท่องเที่ยว… ทริปนี้เราจะเดินทางด้วยรถ Coach จาก นครชัยแอร์

นั่งสบายเบาะไฟฟ้าปรับถึงกึ่งนอนได้เลย !!! มีนวดซะด้วย… บริการดีมีน้ำ มีผ้าเย็น ขับรถสุภาพ… ห้องน้ำสะอาด ระบบคล้าย ๆ บนเครื่องบิน… มีผ้าห่มให้… มีจอให้ดูหนังฟังเพลงด้วย… หนังจะมีพากษ์ไทยเยอะกว่า Soundtrack… ส่วนเพลงก็จะมีลูกทุ่งสมัยใหม่มากนิดนึง… เกมส์ก็มีให้เล่น… เล่นเอากะว่าจะนอนบนรถ เลยแทบไม่ได้นอนเลย

นั่งรถเพลิน ๆ ดูหนังจบไป 1 เรื่อง ซักพักก็มาถึงที่หมายแรก “สวนละอองฟ้า” ซึ่งโชคดีมาก… เพราะเป็นช่วงที่ “มะยมชิด” ผลไม้ขึ้นชื่อของทางจังหวัดพร้อมเก็บเกี่ยวพอดี!!!!

มาถึงก็มีทางเจ้าของสวนมาพาเดินชมสวน พร้อมกับให้ความรู้ไปด้วย

หลังจากเดินสวนพอได้เหงื่อ ได้ความรู้แล้ว… ก็มานั่งพักที่หน้าร้าน ซึ่งที่นี่จะมีร้านขายสำหรับกลับบ้าน หรือจะนั่งพักดื่ม “น้ำมะยมชิดปั่น” เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เย็น ๆ เพิ่มความสดชื่น…. หรือใครที่มาแบบครอบครัว มีเด็ก ๆ ก็มีในรูปแบบไอศครีมให้ หรือของหวานเอาใจผู้ใหญ่ ก็ยังมีแบบลอยแก้วให้ได้รับประทานอีกด้วย !!!

หลังจากที่สดชื่นจากน้ำมะยงชิดปั่นแล้ว…. ก็มุ่งหน้าสู่สถานที่สุดฮิตต่อไป ที่แขกไป ใครมานครนายก ก็ต้องมาเช็คอิน ไหว้พระขอพรกันแบบพลาดไม่ได้ !!! คือการมาสักการะ หลวงพ่อปากแดง ณ วัดพราหมณี

กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง วันนี้ก็มาทานมื้อเที่ยงกันที่ร้าน มีนา วิลล่า

นอกจากร้านอาหารที่ค่อนข้างนั่งสบาย ก็ยังมีสวนน้ำ ที่พัก และ ร้านกาแฟ ของฝากอีกด้วย

เสร็จจาก 2 ที่ท่องเที่ยวแรก ก็มาแวะเก็บของที่ที่พักก่อน… คืนนี้เราพักกันที่ “ภูสักธารรีสอร์ท” ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนขุนด่านมาก เดินทางไปเที่ยวค่อนข้างสบาย…สามารถไปเที่ยวชมเขื่อนและล่องแก่งได้สะดวกสบาย…

ห้องนอนโอ่โถง สะอาด มีทั้งวิวแม่น้ำ และ วิวสนามหญ้าที่ปกคลุมด้วยความร่มรื่นของไม้สักต้นใหญ่… จะเดินทางไปที่ห้องอาหาร ก็ใช้โทรศัพท์ภายในไปเรียกรถกอล์ฟมารับมาส่งได้… คืนนี้ Chef ขี้แยได้นอนห้องนัมเบอร์ 3310 เลขห้องนี่มัน รหัสรุ่นมือถือรุ่น Classic เลย !!!

Amazing ไทยเท่

เก็บของเรียบร้อยแล้วก็รอรถกระบะมารับไปล่องแก่งกันเลย ที่นี่ความแรงของน้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาล คือ กรกฎาคม-ตุลาคม จะพีคสุด…. แต่ก็มีให้ล่องแก่งได้ทั้งปี ซึ่งระดับความแรงก็อยู่ที่ 1 -3 ซึ่งไม่แรงมากนัก สามารถเล่นได้เกือบทุกวัย

การล่องแก่ง ในสากลได้มีการแบ่งระดับความยาก-ง่ายของสายน้ำ สามารถแบ่งได้เป็น 6 ระดับ ดังนี้


ระดับ 1 ง่ายมาก มีแก่งเล็กน้อยที่ง่ายมากคนทั่วไปสามารถพายได้บนสายน้ำไหลเอื่อย เหมาะสมสำหรับผู้ที่เริ่มล่องแก่ง
ระดับ 2 ธรรมดา น้ำไหลแรงขึ้น มีแก่งที่ต้องใช้เทคนิค ในระดับนี้ผู้พายจะต้องมีทักษะในการพายอยู่พอสมควร
ระดับ 3 ปานกลาง เริ่มมีแก่งน่าตื่นเต้น เทคนิคการพายสูงขึ้น มีแก่งให้ผู้พายได้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ ในการพายจะต้องฝึกฝนเทคนิค การพายและการเรียนรู้ถึงลักษณะของสายน้ำ
ระดับ 4 ยาก มีแก่งที่ต้องใช้ทั้งเทคนิคและทักษะในการพาย และต้องใช้ความระมัดระวังในการล่องแก่ง
ระดับ 5 ยากมาก น้ำไหลเชี่ยว ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์การพายสูง และต้องมีความระมัดระวังในการล่องแก่งเป็นพิเศษ
ระดับ 6 อันตราย ไม่เหมาะสมการล่องแก่งเพราะแก่งมีลักษณะเป็นน้ำตก

ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia https://th.wikipedia.org/wiki/ล่องแก่ง
จ.ส.ต.สกล ผู้อำนวยการ สำนักงาน นครนายก-ปราจีนบุรึ-สระแก้ว

หลังจากที่สนุกสนานกับการล่องแก่งแล้ว… คืนแรกก็รับประทานอาหารที่ “ภูสักธารรีสอร์ท”พร้อมกับ ท่าน จ.ส.ต.สกล ผู้อำนวยการ สำนักงาน นครนายก-ปราจีนบุรึ-สระแก้ว ให้การกล่าวต้อนรับ พร้อมเล่า ความน่าสนใจของ เมืองรอง 3 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี และ สระแก้วได้อย่าง สนุกสนาน เป็นกันเอง ก่อนที่จะกลับไปพักผ่อน เก็บแรงเพื่อไปเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรีต่อในวันพรุ่งนี้

Day 2 ปราจีนบุรี

เริ่มมื้อเช้าแบบสบาย ๆ แต่อิ่มครบรสชาติ ทั้งข้าวสวย ข้าวต้ม

พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ พิพิธภัณพ์เอกชน หรือที่ชาวปราจีนบุรีเรียกกันว่า “ พิพิธภัณฑ์ตะเกียง” ที่รวบรวมตะเกียง รวมถึงของเก่าอื่นๆ สะสมไว้จำนวนมาก โดย เฮียพันธ์ ที่แต่ก่อนทำอาชีพรับซื้อของเก่า… ซึ่งสิ่งของที่จัดแสดงทั้งหมดนี้ ใช้ระยะเวลาในการเก็บสะสมมากกว่า 30 ปี สิ่งเหล่านี้จึงถือว่าเป็นจุดกำเนิดของพิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ก็ว่าได้

พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2545 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเป็นเวลา 4 ปีเศษ เปิดให้เข้าชมเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2550

ที่พิพิธภัณฑ์นี้นอกจากของเก่ามากมายแล้ว ก็ยังมีมุมสวนสัตว์เล็ก ๆ ที่มี นูกยูง / เต่ายักษ์ / จระเข้ ให้ชมด้วย… หรือจะให้นมแพะด้วยก็ได้

อีกอย่างที่น่าจะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคน Social ก็คือมุมถ่ายรูปต่าง ๆ ที่มีให้ถ่ายเรื่อย ๆ ตลอดการเดินชม

ที่หมายต่อไป ก็เป็นมื้อเที่ยงกับร้านอาหารเพื่อสุขภาพ… ณ ร้านบ้านเล่าเรื่อง แถวๆ ศาลากลาง จังหวัดปราจีนบุรี ตัวบ้านเป็นเรือนไม้สีขาวสวยงาม ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่น.. เมนูอาหารทั้งหมดส่วนใหญ่ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ รสชาติจะไม่จัดจ้าน… แต่ถึงจะไม่จัดจ้านก็ถือว่าอร่อยครบรส… ส่วนตัว Chef ขี้แยชอบ มีโอกาสมาซ้ำแน่นนอน !!

ร้านนี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพญาอภัยภูเบศร์ เพราะทั้งสมุนไพร และ ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ที่ตกแต่งไว้ เป็นของ อภัยภูเบศร์… อาหารก็อร่อย และ ราคาไม่แพง !!! แนะนำ ใครมาปราจีนบุรี ไม่ควรพลาดร้านนี้…

นอกจากอาหารอร่อย บรรยากาศริมน้ำแล้ว… ก็ยังมีมุมนั่งเก๋ ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ ด้ว

เสร็จจากมื้อเที่ยงอิ่มอร่อยเป็นที่เรียบร้อย ก็มุ่งหน้าสู่ที่หมายสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพ เรือนหมอพลอย โดยที่เราจะมาทำ Work Shop ยาหม่องน้ำและยาดมประจำธาตุกัน…

ท่าน จ.ส.ต.สกล ผู้อำนวยการ สำนักงาน นครนายก-ปราจีนบุรึ-สระแก้ว กำลังชิมชา “หญ้าดอกขาว” เป็นเหมือน Welcome Drink ของที่นี่… เป็นสมุนไพรมีสรรพคุณช่วยล้างปอด

ก่อนอื่นก็มาตรวจสอบว่า ตนเองเป็นคนธาตุไหนด้วยการทำแบบสอบถาม… จะได้ธาตุที่เกิดจากการใช้ชีวิตปัจจุบัน…และตรวจสอบ วัน/เดือน/ปี เกิด ก็จะได้ธาตุเจ้าเรือน ซึ่งจะมีด้วยกันอยู่ 3 ธาตุคือ ธาตุลม ธาตุน้ำ และ ธาตุไฟ

หลังจากนั้นก็เดินชมพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการทำยาแผนไทยสมัยโบราณ… เข้ากับละครฮิต “ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” พอดี…

จากนั้นก็ได้ลงมือทำ ยาหม่องน้ำและยาดมประจำธาตุกัน… ซึ่ง Chef ขี้แยเป็นคนธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุน้ำ แต่ชีวิตเป็น ธาตุไฟ ก็จะทำยาดมสำหรับคนธาตุไฟซึ่งมีส่วนผสมที่ลดความเครียด หลังจากทำเสร็จก็พกกลับบ้านเป็นที่ระลึกกันได้เลย

สรุปว่าเป็นทริป 2 วัน 1 คืนที่สนุกกำลังดี ครบรส และไม่เหนื่อยไป… เพื่อน ๆ ที่อยากลงอเที่ยวเมืองรองอย่างนครนายกและปราจีนบุรี สามรถตามรอยกันได้เลย… รับรองว่าไม่ผิดหวัง

จ.ส.ต.สกล ผู้อำนวยการ สำนักงาน นครนายก-ปราจีนบุรึ-สระแก้ว และ พี่เอิร์ธ สายสว่าง อดีตนายกสมาคม ประชาสัมพันธ์โรงแรม

สำหรับเพื่อนๆที่แวะเวียนมาอ่าน Blog นี้เรื่อย ๆ หรือเพิ่งรู้จักกัน… สามารถตามมาพูดคุย ทักทาย หรือติดตามกันอีกทางได้ที่ fanpage กินเที่ยวหัวราน้ำ ของผมเลยนะคับ Link อยู่ด้านล่างนี้แล้วคร้าบ

Chef ขี้แย

Comments

comments

About author View all posts Author website

Chef ขี้แย

blog นี้เกิดจาก การตกบันไดพลอยกระโจนของผม เริ่มจากการชอบเขียน status ใน fb เล่าเรื่องราวต่างๆ ยิ่งเล่า ยิ่งสนุก คราวนี้เลยกึ่งย่อง กึ่งกระโดด ทำเป็นรูปแแบบมากขึ้น อ่านแล้วก็ติบ้าง ชมบ้างกันนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!