Chef ขี้แย

Brasserie Cordonnier ร้านอาหารฝรั่งเศสบรรยากาศ Classic

C’était délicieux เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า อร่อยมาก !!!

เมื่อวานนี้ Chef ขี้แยได้มีโอกาสแวะไปชิมอาหารฝรั่งเศสสูตรต้นตำรับ ที่จำลองบรรยากาศของ Brasserie คลาสสิค ดั้งเดิมแบบฝรั่งเศสยุค 1930 ในซอย สุขุมวิท 11

Brasserie เป็นคำมาจากภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า” Brewery “ หรือ โรงหมัก…. ซึ่งในยุคแรกๆ Brasserie จะเป็นร้านเหล้า หรือ โรงเบียร์ขนาดเล็ก สำหรับมา ดื่มสังสรรค์ พบปะพูดคุย Hang Out กัน…

📍 พิกัด : สุขุมวิท 11 เข้าจากสุขุมวิทตรงไปจนสุดทางให้เลี้ยวซ้าย ตรงไป ร้านจะอยู่ตรงหัวโค้งหน้าก่อนถึง โรงแรมเลอฟินิกส์ สุขุมวิท (ที่จอดรถจะเป็นเวิ้งก่อนถึงโค้งเลี้ยวซ้าย จอดแล้วเดินเข้าประตูหลังร้านได้)

🕗 เวลาเปิดปิดบริการ : เปิดทุกวันตั้งแต่ 18.00 – 24.00 (Last Order 23.00)

☎︎ 02-045-4343 , 094-970-8599

บรรยากาศร้านการตกแต่งภายในและภายนอก ของร้านเครือ Soho Hospitality เค้าเนี๊ยบ สวยงาม จัดเต็มทุกที่เลย !!! ร้านนี้ภายนอกสีเขียวปกคุลมตึกดูเด่นสะดุดตา… ภายใน (ชั้น1) ก็เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้ แสงนัว ๆ ดูอบอุ่น เรียบหรู แต่นั่งสบายไม่เกร็ง

Coldcuts & Cheeses Platter – 620++

เมนูนี้ทีเด็ดเค้าเลย ยิ่งใครชอบดื่มเไวน์ก็สั่งมาจิบเรียกน้ำย่อยได้… ชีส 3 ชนิด Rocamadour (Goat Cheese), Fourme D’Ambert (Blue Cheese) และ Homemade Fresh Cottage Cheese เสิร์ฟมาพร้อม Coldcut 3 ชนิด Rossette (Dry Sausage), Jambon de Pays (cued ham) เคียงด้วย แตงกวาดอง มะกอก และมะเขือเทษแห้ง และ Homemade Pork and Pistachio terrine

Chilled Ratatouille – 280++

เมนูนี้แอบถูกใจเบา ๆ เพราะความ fresh ของ มะเขือเทศ นำเข้าจากญี่ปุ่น 3 แบบ ทั้ง แบบสดหวานอมเปรี้ยว, แบบผสมบัลซามิก เปรี้ยวอมหวาน และแบบกงฟี (ตุ๋นด้วยน้ำมัน) และโรยหน้าด้วยยอดอ่อนกับเมล็ดทานตะวัน เพิ่มอีก 1 รสสัมผัสกรุบกรอบ ตัดกับความนุ่มนวลของมะเขือเทศ… โดยเชฟทวิสต์ใช้เทคนิดการผัดแทนการต้ม

เมนูนี้ให้ความสดชื่น จากรสเปรี้ยวอมหวานเบาๆ จากมะเขือเทศ ให้กินตัดสลับกับเมนูหนัก ๆ เลี่ยน ๆ บางเมนูได้อย่างลงตัว… Refresh ความหิว และความอยากอาหารได้ดี

Terrine de Foie Gras Facon Cordonnier – 560++

เมนูนี้ใครไม่อยากโดนเชฟโบกอ่านก่อนกินนะ 55+… เชฟเค้าแนะนำว่าใช้มีดหรือส้อมตัดฟัวกราส์ และชัตเนย์องุ่น มาวางบน บริยอช (ขนมปังฝรั่งเศส)… ห้ามทาหรือป้าย ๆ ไปบนหน้าขนมปังเด็ดขาดนะ… เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก… เมนูนี้อร่อย ควรสั่งนะ

Tartare de boeuf Wagyu D’Australie et huitre – 460++

สายเนื้อกดไลค์ให้เลย ทาร์ทาร์เนื้อวากิวสับมาเป็นชิ้นพอเคี้ยวกับหอยนางรมทีส่งกลิ่มหอมของ “หอยนางรม” ฟุ้งเต็มคำ… เป็นรสสัมผัสของเนื้อวากิว แต่กลิ่นเป็นหอยนางรม

เป็นความสนุกของการกิน 2 วัตถุดิบสดใหม่ ที่นำเสนอมาในรูปแบบผสมผสานที่ยังไม่เคยลิ้มลอง

Burgundy Snails – 390++

อาหารฝรั่งเศส พูดถึง หลาย ๆ คนก็อาจจะคิดถึง “หอยทาก” เป็นเมนูที่ใครไม่เคยลอง ก็ต้องลองซักหน่อยนะ… ยิ่งหอยทากจานนี้เป็นหอยทากนำเข้าจากแคว้นเบอร์กันดี ที่ว่ากันว่าเป็นแหล่งผลิตหอยทากที่ดีที่สุดของฝรั่งเศสด้วย… ทานกับขนมปังฝรั่งเศส โดยการใช้ที่จับหอย และ ส้อมคันเล็ก ดึงมันออกมา แล้วใช้น้ำมันที่เหลือมาทาบนแผ่นขนมปัง

Magret de Canard pele – 520++

อกเป็ดเชอรี่นำมา seared กับกระทะ ขอบเกรียมด้านในยังแรร์ๆ Top ด้วย Foie Gras ทานคู่กับสลัดและมันบด

เมนูนี้กินง่าย และน่าจะถูกปากหลาย ๆ คนแน่นอน มาในราคาที่สัมผัสได้

Linguines aux champignons et beurre a la truffle – 280++

***เป็นเมนูที่ถูกใจส่วนตัวเลยสำหรับเมนูนี้… ใครที่ชอบกลิ่นทรัฟเฟิล ไม่ควรพลาด… ถึงจะเป็นเมนูมังสวิรัติ เพราะผัดกับน้ำมันมะกอก เห็ดแชมปิญง และเห็ดป่าพอร์ชินี่ และมีพระเอกอย่างเนยทรัฟเฟิลหอมฟุ้ง !!!

French Onion Soup – 280++

หอมใหญ่และแรดิชนำไปผัดจนสีเข้ม กลิ่มหอม แล้วนำไปต้มกับซุปไก่และดิจองมัสตาร์ด ตุ๋นจนเปื่อย… Top ด้วยขนมปังฝรั่งเศสและชีสเอ็มเมนทอลเยิ้ม ๆ

**แนะนำว่าให้กินต้องเสิร์ฟมาเลยร้อน ๆ เยิ้ม ๆ ปล่อยไปจนเย็นรสอาจจะเข้มข้นไปนิด ๆ

เนยโคตรเทพ !!! – เนยทรัฟเฟิล หอมกระแทกโพรงจมูก เล่นเอาคนไม่กินขนมปังอย่างผม กินไปถึง 4 ชิ่น !!! อ่อ เค้ามีขายให้เอากลับบ้านด้วย ด้วยละ 80 บาท

มาต่อที่ขนมหวานกัน

Nougat glace sauce fruits rouges – 200++

ขนมหวานเนื้อมูสเย็นๆ นุ่มนอก แต่ภายในมีความกรุบกรอบจากถั่วนานาชนิด ราดด้วยซอสเบอรรี่หอม ๆ เปรี้ยว ๆ

สำหรับของหวาน ส่วนตัวแนะนำเมนูนี้นะ

Mousse Au Chocolate – 180++

มูสช็อคโกแลต รสเข้มข้น !!! เหมาะสำหรับคนรักช็อคโกแลตมาก ๆ

With Love from Monet – 350++

Cocktail รสเข้มที่ใช้เหล้าวิสกี้เป็นส่วนผสมหลัก ดัดแปลงจากเนโกรนียอดนิยม เสิร์ฟในกระป๋องเหล็กแบบพกพา พร้อมพู่กันและแยมเลมอนมะนาวโฮมเมด

เวลาดื่มแนะนำให้ดื่มด่ำกับรสค็อกเทลฉบับดั้งเดิมก่อน จากนั้นค่อยลองหยิบพู่กันจุ่มแยมป้ายบนปากแก้วแล้วจิบชิม สร้างประสบการณ์ดื่มให้แปลกใหม่ คล้ายผลงานของโมเนต์ที่มองกี่ครั้งก็ไม่เคยหน่ายเลย

Moulin Sour – 390++

เมนูที่ได้รับการดัดแปลงจาก New York Sour เมื่อสั่งเครื่องดื่มนี้ บาร์เทนเดอร์จะนำแก้วไปรมควันไม้เชอร์รี่เป็นอันดับแรก

จากนั้นจะเตรียมค็อกเทลที่เบสด้วยสก็อตช์วิสกี้ที่ร้านเบลนด์เอง พร้อมผสมพอร์ตไวน์ ตามด้วยเห็ดทรัฟเฟิลเพื่อเพิ่มกลิ่น ทำให้ค็อกเทลแก้วนี้มีกลิ่นท่ีโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของตัวเห็ดทรัฟเฟิลเอง หรือกลิ่นวิสกี้ และควันไม้ เหมาะสำหรับดื่มก่อนมื้ออาหาร

สรุปว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส ที่ราคาไม่แรง รสชาติและวัตถุดิบสด ชั้นดี… แนะนำนะครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน… ยิ่งพาเป็นการเดทด้วย รับรองว่าต้องสร้างความประทับใจให้คู่เดทได้แน่นอน… แนะนำว่าอิ่มสบาย ๆ แล้วให้เดินไปต่อ The Bar ที่ชั้นบนนะ… แล้วค่ำคืนนั้นจะสมบูรณ์แบบมาก

📍 พิกัด : สุขุมวิท 11 เข้าจากสุขุมวิทตรงไปจนสุดทางให้เลี้ยวซ้าย ตรงไป ร้านจะอยู่ตรงหัวโค้งหน้าก่อนถึง โรงแรมเลอฟินิกส์ สุขุมวิท (ที่จอดรถจะเป็นเวิ้งก่อนถึงโค้งเลี้ยวซ้าย จอดแล้วเดินเข้าประตูหลังร้านได้)

🕗 เวลาเปิดปิดบริการ : เปิดทุกวันตั้งแต่ 18.00 – 24.00 (Last Order 23.00)

☎︎ 02-045-4343 , 094-970-8599

สำหรับเพื่อนๆที่แวะเวียนมาอ่าน Blog นี้เรื่อย ๆ หรือเพิ่งรู้จักกัน… สามารถตามมาพูดคุย ทักทาย หรือติดตามกันอีกทางได้ที่ fanpage ของผมเลยนะคับ Link อยู่ด้านล่างนี้แล้วคร้าบ

Chef ขี้แย

Comments

comments

About author View all posts Author website

Chef ขี้แย

blog นี้เกิดจาก การตกบันไดพลอยกระโจนของผม เริ่มจากการชอบเขียน status ใน fb เล่าเรื่องราวต่างๆ ยิ่งเล่า ยิ่งสนุก คราวนี้เลยกึ่งย่อง กึ่งกระโดด ทำเป็นรูปแแบบมากขึ้น อ่านแล้วก็ติบ้าง ชมบ้างกันนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!